ในปร Castle สารความสุขรูปที่ยิ่งใหญ่ของเทศนี้ประวัติศาสตร์, บนกำแพงหินสีเทาในใจมีการแกะสลักร่องรอยของประวัติศาสตร์ ปราสาทตั้งอยู่ในหุบเขาเขียวขจี เสียงนกร้องอยู่ห่างไกลทำให้ได้ยินในป่า และลมพัดผ่านยอดไม้ทำให้รู้สึกสดชื่น อย่างไรก็ตามเช้านี้ที่สวยงามกลับแฝงไปด้วยคลื่นความไม่สงบ อยู่บนหอคอยของปราสาท อัศวินเรเกนกำลังทำการเตรียมตัวสุดท้ายเพื่อเผชิญกับความท้าทายที่ใกล้เข้ามา
เรเกนสวมเกราะที่แวววาว โดยมีเงาของเขาเปล่งประกายอยู่ภายใต้แสงเทียนที่สลัว เกราะหนักนั้นไม่ทำให้เขาสะดุดหยุดลูกสูบที่เด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ มือของเขาแน่นถือดาบที่มีอักษรอันแวววับดูเหมือนว่ามันจะเตือนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จิตใจเต็มไปด้วยความกังวลเหมือนคลื่นทะเลที่พัดไป เขารู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชีวิตและความตาย แต่เป็นการต่อสู้สู้กับความดีและความชั่ว
ทางในปราสาทก็มีแสงเทียนที่เจิดจ้า ตามโถงมืดดำเต็มไปด้วยอากาศที่ไม่สงบ เรเกนเดินผ่านประตูไม้หนา เสียงกระซิบที่เหมือนสะท้อนอยู่ข้างหูดูเหมือนจะเป็นการเตือนเขาถึงแม่มดร้ายที่กำลังจะท้าทาย เข้าสู่ดินแดนของเธอ เธอมีเวทมนตร์แห่งความมืดพยายามข่มขู่ทั้งอาณาจักรให้ตกลงไปในความมืดมิดตลอดกาล เรเกนคิดในใจเขาห้ามให้ความเศร้าใจนั้นเกิดขึ้น ความรับผิดชอบนั้นหนักหนาสาหัสเหมือนภูเขาที่กดทับให้เขาหายใจไม่ออก
“นี่คือเส้นทางที่โชคชะตาเลือกไม่ว่าเหตุการณ์สุดท้ายจะเป็นเช่นไร ฉันต้องเผชิญกับมัน” เขาคิดในใจทำให้การก้าวเดินของเขามั่นคงขึ้น แม้ว่าภายในจะยังรู้สึกตื่นเต้น แต่เขาเชื่อว่าเขาต้องต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ไม่อาจถอย
ท้องฟ้างามกลายเป็นสดใส แสงเช้าได้กระจายเหนือกำแพงหินของปราสาทฉายเป็นสีทองแสงอบอุ่น ในท้องฟ้าสีน้ำเงินเมฆลอยเหมือนขนมฝ้าย และที่ไม่ไกลมีเสียงนกร้องที่สดใส เสน่ห์และความสงบสุขทุกอย่างทำให้เรเกนเกิดความหวังขึ้นมา แต่ความหวังนั้นกลับถูกกลบด้วยความท้าทายที่น่ากลัวที่ใกล้เข้ามา
ทันทีที่แสงแรกของรุ่งอรุณกระทบพื้น เรเกนยืนอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของปราสาท มองผ่านประตูไม้หนา ด้านนอกไม่ใช่ภาพที่คุ้นเคยอีกแล้ว แต่ถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด ในชั่ววินาทีเขามองเห็นเงาที่คุ้นเคยและน่ากลัว แม่มดร้ายวิซิโอ้ยืนอยู่ลมที่พัดเข้าหาเธอ รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากของเธอ ราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยอัศวินที่กำลังจะเผชิญหน้ากับเธอ
“อ๊า! อัศวินผู้กล้าเรเกนในที่สุดก็มาที่นี่” เสียงของวิซิโอ้แหลมเหมือนคืนมืด แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ “เจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดแผนการของข้าได้หรือ? แผ่นดินนี้จะตกอยู่ในกำมือของข้า ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตานี้ได้!”
เรเกนไม่ละความกลัวตอบกลับอย่างมั่นคง “ข้าจะต่อสู้เพื่อแผ่นดินนี้ ไม่สำคัญว่าเจ้าจะมีพลังความมืดมากเพียงใด ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ ความดีจะชนะความชั่วเสมอ!”
เสียงคำรามดังขึ้นทั้งสองเริ่มทำการต่อสู้ภายใต้แสงดวงอาทิตย์ เรเกนฟันปืนใหญ่แดนอุทกาปมปุยด้วยความกล้าหาญสุดขีด, เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเอาชนะศัตรูสุดโหดที่อยู่ตรงหน้า ขอท้าไม่ยอมแพ้ วิซิโอ้ยิ้มอย่างท้าทายสองมือเร่งพลังแห่งความมืดขึ้น ที่ปลายนิ้วของเธอรวบรวมเป็นสีดำที่พุ่งไปด้านหน้า
“เพื่อที่จะชนะการต่อสู้ครั้งนี้ เจ้าต้องเผชิญกับความกลัวของตนเอง!” วิซิโอ้ซุบซิบเต็มไปด้วยความมั่นใจเย็นชา
เรเกนเกิดอาการสะดุ้งแต่เขารีบจัดการอารมณ์ของตัวเอง เมื่อหวาดกลัวและความแน่วแน่มาต่อสู้ในใจ เขาคิดย้อนถึงความฝันในวัยหนุ่ม - ต้องการเป็นอัศวินผู้กล้า รักษาคนที่อ่อนแอและป้องกันบ้านเกิด ความทรงจำทั้งหมดเหมือนคลื่นทะเลซัดซ้ำซาก กระตุ้นความกล้าหาญในใจของเขาอีกครั้ง
“ไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งเพียงใด ข้าจะไม่มีวันถอย!” เขาตะโกนด้วยเสียงดังมองภาพชัดเจนตามมาตรฐาน จากนั้นเหยียบเข้าหาอกของวิซิโอ้ ดวงไฟของทั้งคู่มาบรรจบเสียงดังอย่างสุดเสียง ทำให้ทั้งปราสาทเหมือนไปการสั่นสะเทือน
วิซิโอ้ไม่ยอมแพ้ทั้งสองมือกางออกยิงพลังสีดำใส่เรเกนอย่างรุนแรง เรเกนถูกโยนตัวหลบ แต่ก็ยังถูกบาดเจ็บทำให้เกิดแผล แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ทำให้เขาละทิ้งความหวังกระทืบ แต่กลับปลดปล่อยความโกรธและความมุ่งมั่นในจิตใจ
“ข้าจะไม่ให้แผนการมืดของเจ้าประสบความสำเร็จ!” เรเกนกัดฟันหมุนตัวตรงเข้าหาวิซิโอ้ใหม่ ยิ่งดาบและเวทย์มนตร์ของเขาผสมผสานพลุ่งพล่านblueเป็นภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้า
การต่อสู้ดำเนินต่อไปทุกครั้งที่แผนการตะโกนเต็มไปด้วยความเครียดและความตื่นเต้น หัวใจของเรเกนเต้นเสียงดังทุกครั้งที่ฟันออก หลายครั้งที่เขาต่อสู้กับความกลัวจากในอดีต ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาค้นหาพลังใหม่ ทำให้อุณหภูมิชุดนั้นของเขาเข้ามาเนื้อสัมผัสเหมือนมีเทพส่งเสริม
“คุณคิดว่าคุณจะชนะเวทมนตร์ของฉันได้ไหม?” วิซิโอ้เยาะเย้ยเธอเต็มไปด้วยการดูหมิ่นและความดูถูก “ความกล้าหาญของเจ้าคือแค่ความฝันที่เจ้ากำหนดจะล้มเหลว!”
“โชคชะตาไม่เคยกำหนดไว้ เราทุกคนสามารถเปลี่ยนมันได้!” เรเกนร้องเชียร์หัวใจเต็มไปด้วยความยุติธรรมเขาไม่ถอยสุ่มมือดาบกระชากด้วยหยดเสี้ยวพุ่งเข้าไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในการต่อสู้ ทั้งคู่ชิงกัน วาดรูปและสั่นกระแสที่ก่อให้เกิดประกายที่สะท้อนออกไป ท้องฟ้าเมฆเริ่มรวมตัวกัน ลมจึงไม่สงบเหมือนเสียงดนตรีน่ารักในใจของพวกเขา ข้างในของเรเกนมั่นคงจับภาพของเขา เขารู้ว่าเขาจะไม่ล้มเหลว เขาจะต้องรักษาแผ่นดินนี้
การปะทะครั้งแล้วครั้งเล่า เรเกนมองเห็นรูปแบบในจังหวะของวิซิโอ้อยู่ในความสงบเขานึกถึงพลังหนึ่งบางอย่างรู้สึกถึงความกล้าที่ดึงเข้ามาในร่างกายของเขา เขาทำการโจมตีอย่างรวดเร็วย่อเข้าไปทำให้วิซิโอ้ถอยหลังทำให้เสถียร เมื่อเธอก้าวถอยเรเกนจึงจับตั้งไฟลุกไหม้ในใจ
“ครั้งนี้ข้าจะจบความมืดของเจ้าแล้ว!” เขาตะโกน ปลายปืนในมือของเขา คลื่นพุ่งตรงไปกดดันไปข้างหน้า ขึ้นไปสู่ทางแห่งความชอบธรรม
แสงของเรเกนดุจรังสีต่อสู้หากวิซิโอ้ ในเวลาที่เธอระทดเขาคว้าพลังของเขา ปืนของเขาฟันลัดแบ่งความมืด มันทำให้แสงสว่างกระจายกระจายไปทั่ว ความมืดของวิซิโอ้ร่วงหล่นช่วยทำให้การรวบรวมคาถาไม่ทันทันมีจุดหมายล้มเลิกสลายไปในแสงอาทิตย์
ทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่นขึ้นทันที เรเกนใจเต็มไปด้วยความโล่งใจ เขามองไปยังแผ่นดินที่เคยถูกห่มเงามืด แสงอาทิตย์กระทบผ่านหมอกเหมือนเสื้อคลุมทองคลุมอยู่ให้แผ่นดิน ทีนี้นกในบริเวณรู้สึกดีใจอีกครั้งเริ่มร้องเพลงในลมกลิ่นดอกไม้ฟุ้งทั่วทำให้รู้สึกว่าเป็นการฉลองความสำเร็จ
ความสุขจากชัยชนะไหลในใจเขา โน้มตัวเขาไม่เพียงแต่เอาชนะวิซิโอ้ แต่ยังเอาชนะความกลัวในใจของเขา เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากครั้งสุดท้าย มองดูแผ่นดินเหล่านั้นมันควรถูกปกป้องในฐานะใครจะต่อสู้เพื่อผู้คนที่นี่ไม่ว่าในอนาคตจะมีท้าทายกี่ครั้ง ใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกล้าที่ไม่อาจถูกทำลายได้
ขณะนี้ชาวเมืองต่างวิ่งมาที่ปราสาทเมื่อเห็นรอยยิ้มของชัยชนะกลับสู่พวกเขา ทุกคนร่วมกันร้องเพลงเสียงเพราะส่งความเคารพที่ไม่สิ้นสุดให้กับเรเกน คนรอบข้างล้อมรอบกันสร้างความรักอันไร้ที่สิ้นสุดให้ส่งไปสู่ฟ้าราวกับว่าเสน่ห์ของความสำเร็จนี้ถูกมัดไว้อย่างชัดเจน
เมื่อเวลาผ่านไป เรเกนยืนอยู่บนอาคารของปราสาท ใจของเขารู้สึกคึกคักยิ่งกว่าเดิมมีความหวังสำหรับอนาคต เขามองดูคนที่อยู่รอบ ๆ และยิ้ม “ตราบใดที่เรายึดมั่นในความเชื่อไม่ว่าในความมืดแค่ไหน เราก็สามารถมองเห็นความสว่าง”
นี่คือซิมโฟนีที่งดงามที่สุดระหว่างความดีและความชั่ว ที่พลิ้วพรายในหัวใจทุกคน
