ในบ่ายวันที่เงียบสงบในสมัยราชวงศ์ถัง แสงอาทิตย์ส่องผ่านต้นหลิวสีเขียวชอุ่ม เงาที่กระจัดกระจายอยู่ในลานพระราชวังเหมือนกำลังเล่าเรื่องราวเก่าแก่ให้ฟังอย่างแผ่วเบา สถาปัตยกรรมของพระราชวังประณีตและงดงาม เสาของอาคารโค้งงอไปมา หลังคามีการแกะสลักมังกรและฟีนิกซ์บินอยู่ แสดงให้เห็นถึงงานฝีมือที่วิจิตรและความยิ่งใหญ่ ลานพระราชวังเต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมที่เบ่งบานอย่างคึกคัก มีโบตั๋นที่บานสะพรั่ง ดอกบัวตั้งโด่ และดอกเบญจมาศบอบบางที่ส่งกลิ่นหอมละมุน เหมือนกับการทอผสานเป็นบทเพลงที่งดงามในอากาศ
สาวน้อยชื่อคุนเหยา สวมชุดฮั่นฟูสีอ่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้หินที่ประดับลวดลาย เธอถือหนังสือโบราณไว้ในมือ นั่งอ่านอย่างตั้งใจและสงบ หนังสือเล่มนั้นมีปกที่เก่าจนมีร่องรอย แต่เต็มไปด้วยความงามดั้งเดิม ข้างในบันทึกบทกวีและปรัชญาโบราณ เหมือนกับภูมิปัญญาไม่สิ้นสุดที่รอให้เธอค้นหา สายตาของคุนเหยาหมุนเวียนอยู่ระหว่างตัวหนังสือ หาคำตอบที่เหมาะสมกับเธอ
“คุนเหยา เธอกำลังดูอะไรอยู่?” เสียงที่นุ่มนวลได้ขัดจังหวะความคิดของเธอ สาวชื่อชิงหยุนได้เดินเข้ามา เส้นผมยาวสีดำของเธอเปล่งประกายในแสงอาทิตย์ รอยยิ้มของเธอสดใสเหมือนแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ
“ฉันกำลังอ่านบทกวีของคนโบราณ รู้สึกว่าอารมณ์ในนั้นสวยงามมาก” คุนเหยาเอ่ยตอบเบาๆ ยกหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับชิงหยุนและใจรู้สึกมีความสุขขึ้น
“บทกวี? ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม!” ชิงหยุนได้นั่งข้างคุนเหยา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
คุนเหยาแย้มยิ้มเล็กน้อย เปิดหน้าหนังสือ ชี้ไปที่บทกวีบทหนึ่งและกล่าวว่า “บทกวีนี้เขียนถึงความงามของธรรมชาติและปรัชญาของชีวิต คำพูดในนั้นเผยถึงน้ำใจภายในและความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดี” เธอเริ่มอ่านบทกวี เสียงใสของเธอผสมกับลมฤดูใบไม้ผลิ ไหลไปในลานพระราชวัง ราวกับทำให้ดอกไม้ทั้งหลายสั่นไหว
สองสาวตกอยู่ในอารมณ์ของบทกวี เสียงน้ำในสระไหลรินเข้าหู ปลาทองข้างๆ เล่นน้ำอยู่ บางครั้งโผล่ขึ้นเหนือน้ำเหมือนอยากฟังการสนทนาของพวกเธอ ช่วงเวลาในลานพระราชวังดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยจังหวะของบทกวี ทำให้คนรู้สึกถึงความสงบในจิตใจและความงามแห่งความดี
“คุนเหยา ฉันมักคิดว่า ถ้าเราใช้ชีวิตเหมือนคนในบทกวีเหล่านี้ได้ จะดีแค่ไหนนะ! เราทั้งสองอยากออกจากพระราชวังไปเห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่า” ชิงหยุนกล่าวด้วยท่าทางหวัง เธอมีดวงตาเหมือนดาวเต็มฟ้า เต็มไปด้วยความฝันไม่สิ้นสุด
คุนเหยาจ้องมองชิงหยุน รู้สึกสั่นสะเทือนในใจ เธอก็เคยมีความคิดแบบนี้มาก่อน แต่เธอเข้าใจว่าความยากลำบากและความท้าทายของโลกภายนอกพระราชวังมีมากกว่าที่เธอจินตนาการไว้ “เราอาจจะได้เดินทางไปตามหาความอิสระในวันข้างหน้า เพื่อสำรวจโลกที่未知” คุนเหยาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
ไม่ไกลนัก มีชายชราผมขาวกำลังสอนเด็กๆ ด้วยใจอดทน สอนพวกเขาอ่านหนังสือและเขียน ตัวเขาพูดด้วยท่าทีอ่อนโยนและกรุณา เมื่อเห็นฉากนี้ คุนเหยารู้สึกอุ่นใจ ใช่แล้ว ความรู้คือกุญแจที่เปิดประตูสู่โลก ถ้าเพียงพยายาม ก็จะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับตนเองได้
เมื่อแสงแดดเริ่มเอนลง ลานพระราชวังก็เริ่มมีดอกไม้ยุบตัวลงเล็กน้อย ราวกับว่าพร้อมที่จะเข้าสู่การนอนหลับ แต่คุนเหยาและชิงหยุนยังคงผสานการสนทนาและแชร์ถึงจินตนาการเกี่ยวกับอนาคต
“คุนเหยา จริงๆ แล้วสิ่งที่ฉันฝันไว้ ไม่ใช่แค่ความอิสระเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกล้าที่จะโบยบิน หากวันหนึ่ง ฉันสามารถโบยบินเหมือนนกที่บินอยู่ใต้ฟ้า แน่นอนว่ามันจะเป็นสิ่งที่งดงามมาก!” สายตาของชิงหยุนเปล่งประกายราวกับมีเปลเพลิง ทำให้ผู้คนรู้สึกกระตือรือร้นไปด้วย
“ใช่ ความอิสระและความกล้าเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิต” น้ำเสียงของคุนเหยาถือว่ามั่นคง เธอได้ถือความตั้งใจที่จะต่อสู้อยู่ในใจ พร้อมกับชิงหยุน ในวันข้างหน้า เธอจะตามหาความกล้านั้นและค้นหาความฝันของตัวเอง
ในขณะนั้น แสงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลง เมฆที่อยู่ขอบฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอ่อน ราวกับกำลังคลุมผ้าห่มสวยให้กับความฝันของพวกเธอ ช่วงเวลาในขณะนั้น คุนเหยาและชิงหยุนรู้สึกถึงความหวังในใจที่อธิบายไม่ได้ เหมือนว่าความปรารถนาที่ซ่อนไว้ในใจเรียกร้องพวกเธอ กระตุ้นให้พวกเธอก้าวไปข้างหน้าเพื่อกอดอนาคต
เมื่อราตรีเริ่มลดลง ดวงดาวในลานพระราชวังเริ่มเปล่งประกายในท้องฟ้า เหมือนประดับตกแต่งวิสัยทัศน์ของพวกเธอ คุนเหยาและชิงหยุนสบตากัน ทุกคนภาวนาเงียบๆ ว่าไม่ว่าอนาคตจะยากลำบากเพียงใด พวกเธอก็จะสามารถยืนเคียงข้างกันและเผชิญด้วยกัน
“อ๊ะ คุนเหยา เธอไม่รู้สึกเหรอ ว่าพวกสมุดโบราณที่เราอ่านมีความลับไหม?” ชิงหยุนกะพริบตาให้คุนเหยา จากนั้นก็ยิ้มเย็บไปที่เธอ เหมือนกำลังจะเปิดเผยอะไรที่ลึกลับ
“ความลับ?” ในดวงตาของคุนเหยาแสดงความประหลาดใจ มีความอยากรู้อยากเห็น “เธอหมายถึงอะไรล่ะ?”
“ฉันได้ยินสูงวัยเหล่านั้นพูดว่าในหนังสือโบราณเหล่านี้ซ่อนประวัติศาสตร์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก บางทีเราอาจจะหาหนทางไปผจญภัยและเปิดเผยความลับนี้” น้ำเสียงของชิงหยุนเต็มไปด้วยจินตนาการ ราวกับว่าเธอสามารถมองเห็นยุคโบราณที่ไกลออกไป
ใจของคุนเหยาสั่นสะเทือน ประวัติศาสตร์ลึกลับในหนังสือทำให้เธอตื่นเต้น “นี่เป็นความคิดที่ดีมาก ชิงหยุน! เราสามารถค้นพบเรื่องราวเหล่านี้และให้มันเป็นเพื่อนร่วมเดินทางในความฝันของเรา และอาจจะเป็นแรงช่วยให้เรามีกำลังใจในการตามหาความกล้าของเรา”
เสียงหัวเราะของพวกเธอดังขึ้นในลานพระราชวัง เหมือนดวงดาวที่เปล่งประกายในท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่องแสงให้กับหนทางข้างหน้า พวกเธอรู้สึกเต็มไปด้วยความหวังที่ดีต่ออนาคต จำคำปรารถนาของกันและกัน และได้ผูกพันคำปฏิญาณร่วมกัน
คืนเริ่มมืดลง แสงจันทร์เหมือนน้ำที่สาดส่อง คุนเหยาและชิงหยุนได้นั่งอยู่ใต้แสงจันทร์ สะท้อนถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ร่างกายและจิตใจเต็มไปด้วยความสงบและกลมกลืน ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของพวกเธอได้เชื่อมโยงกันในช่วงเวลาแห่งความลึกซึ้งนี้ ในบทสนทนาทุกครั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในทุกคำพูดทุกประโยค เธอได้ทอประสานความฝันและความกล้ารวมเข้าด้วยกัน
และแบบนี้เอง คืนหลายคืนผ่านไปในใจพวกเธอ พวกเธอได้สัมผัสกับการชำระล้างของปัญญาในโลกของหนังสือโบราณ และส่งเสริมซึ่งกันและกันบนเวทีแห่งความฝัน รอคอยจะต้อนรับการท้าทายทุกประการในอนาคต คุนเหยาและชิงหยุนให้เรื่องราวของพวกเธอเบิกบานใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ไม่ว่าจะเส้นทางในอนาคตจะแคบหรือยาวเพียงใด พวกเธอเชื่อว่าขอเพียงมีความกล้าที่จะไล่ล่าความฝันนั้น ฟากฟ้าของเสรีภาพจะเปิดออกให้กับพวกเธอ
