ใต้เชิงเขาหิมาลัยบนทุ่งหญ้านุ่มแห่งหนึ่ง แสงแดดค่อยๆ ลับขอบฟ้า ทำให้กลุ่มเมฆสีส้มที่ขอบฟ้าหมุนเวียนไปด้วยแสงอุ่นสีทอง อากาศที่นี่สดชื่นและน่ารื่นรมย์ ลมเบาๆ พัดผ่านมา พร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้ ราวกับกำลังเล่าเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในพื้นดินอันสงบเงียบนี้ คู่รักหนุ่มสาวที่ชื่อคาอิและเวนา กำลังนั่งอยู่บนทุ่งหญ้านุ่ม สัมผัสถึงการมีอยู่ของกันและกัน
ในดวงตาของคาอิมีแสงอ่อนโยน เขาจ้องมองที่เวนา ความรู้สึกเต็มไปด้วยความรักและความเคารพ เวนามีรอยยิ้มเล็กน้อย แก้มของเธอมีสีแดงระเรื่อ ข้างในหัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความยินดี รอบๆ ตัวของพวกเขามีผึ้งบินไปมา และเสียงนกบางเสียงที่ร้องดังขึ้น ราวกับว่าเสียงเหล่านี้กำลังบรรเลงเพลงให้กับความรักของพวกเขา ทุ่งหญ้ามีสีเขียวสดใส ดอกไม้ป่าเบ่งบานกระจายตามที่ต่างๆ ราวกับว่ามันเบ่งบานเพื่อการรวมตัวของพวกเขาโดยเฉพาะ
"คุณรู้เรื่องราวของอาณาจักรมายาหรือไม่?" คาอิถามขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงของเขาชัดเจนเหมือนน้ำพุ
ดวงตาเวนาเป็นประกาย คิ้วของเธอขมวดขึ้นเล็กน้อย แสดงความอยากรู้ "ฉันเคยได้ยินตำนานบางเรื่อง แต่ไม่ค่อยเข้าใจ คุณช่วยเล่าหน่อยได้ไหม?"
คาอิอดกลั้นลมหายใจไว้ แล้วเริ่มเล่า เรื่องราวของเขามีความไหลลื่นและละเอียดอ่อน ราวกับว่าเขากำลังแสดงอารมณ์ของทั้งเรื่อง "ตามตำนานมีนักรบรูปงามคนหนึ่ง ในระหว่างการต่อสู้เขาได้พบกับเจ้าหญิงที่สวยงาม ทั้งคู่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น อย่างไรก็ตามโชคชะตากลับไม่เข้าข้างพวกเขา พระราชาไม่อนุญาตให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน นักรบและเจ้าหญิงจึงตัดสินใจหลบหนีจากอาณาจักร เพื่อค้นหาความสุขที่เป็นของพวกเขา"
"ฟังดูเป็นเรื่อง悲傷" เวนาพูดเสียงเบา แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าใจเล็กน้อย
"ใช่ แต่ความรักของพวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนในที่สุดพบทางของตัวเอง พวกเขาวิ่งไปสู่ภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ สาบานว่าจะไม่แยกจากกันตลอดไป" เสียงของคาอิค่อยๆ ทำให้เกิดอารมณ์ที่นุ่มนวล ทำให้รู้สึกว่าเขาลงไปในเรื่องราวที่ตนเล่า
เวนาฟังอย่างตั้งใจ ภาพของคู่รักที่กอดกันบนยอดเขาหิมะปรากฏขึ้นในใจของเธอ ทำให้เกิดความปรารถนาอันแรงกล้า "คาอิ ถ้าเราได้เผชิญกับอุปสรรคต่างๆ อย่างพวกเขา และกล้าหาญตามหาความสุขของเราเอง จะดีแค่ไหน"
"เราจะต้องทำได้" คาอิมองไปที่เวนา ดวงตาของเขาสื่อถึงความมุ่งมั่น ที่ช่วงเวลาเหล่านั้น แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ตกทอดลงมาที่พวกเขา ราวกับว่ากำลังสวมใส่ผ้าคลุมที่มีประกายแสงสว่างให้กับอนาคตของพวกเขา
เมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป แดดเริ่มลับขอบฟ้า ภูเขาที่อยู่ไกลเริ่มเปล่งแสงทองดุจความรักระหว่างนักรบและเจ้าหญิง ตำนานที่ยังคงเป็นอมตะ และมีค่ามหาศาล ในดวงตาของกันและกัน คาอิและเวนาร่วมกันรู้สึกถึงพลังอันยากจะอธิบายได้ ซึ่งพลังนี้ทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในอนาคต
ในช่วงเวลาที่สวยงามของพระอาทิตย์ตก เวนาจดจำอะไรได้ขึ้นมา เธอมีรอยยิ้มที่มีเลห์เหลี่ยม เมื่อเธอโน้มตัวไปที่คาอิแล้วพูดว่า "ถ้าเราสามารถสร้างตำนานของเราเอง จะเป็นอย่างไรนะ"
คาอิเข้าใจในข้อเสนอของเธอ ในใจของเขาเกิดความคิดที่แข็งแกร่ง "เราสามารถผจญภัยไปด้วยกัน ค้นพบสถานที่ที่ไม่รู้จัก สร้างความทรงจำที่ไม่เหมือนใคร"
"แต่เราจะเริ่มอย่างไรดี?" เวนาถาม ขณะใช้นิ้วมือค่อยๆ พัดฟางสะอาดบนพื้นหญ้า ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความหวัง
"เราอาจเดินทางไปยังยอดเขาที่สูงขึ้น เพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในตำนาน" คาอิพูดเสนอ ในใจเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความคิดริเริ่มเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกหลุดพ้นในทันที
ทั้งคู่เริ่มวางแผนการผจญภัย ตกลงที่จะสำรวจธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ในวันถัดไป เวนานั่งอยู่ครุ่นคิดเกี่ยวกับการเดินทางครั้งใหม่ ที่จะเป็นประสบการณ์ใหม่ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างไร ทั้งสองจะไม่ยอมแพ้ เพราะการมีอยู่ของกันและกันคือกำลังใจและการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เมื่อเวลาผ่านไป คืนเริ่มตกลงมา ท้องฟ้าดูเหมือนอัญมณีที่ส่องประกาย คาอิและเวนานอนหลับอยู่บนพื้นหญ้า ราวกับว่าช่วงเวลานี้เป็นของพวกเขาเพียงคนเดียว พวกเขาแชร์ความฝันของกันและกัน เล่าเรื่องราวลึกในใจ ส่งมอบความอบอุ่นและประกายไฟให้กับคืนที่ปกคลุมด้วยความสงบ
"ฉันหวังว่าจะได้เห็นแสงเหนือหลากสีสัน รู้สึกถึงพลังอันลึกลับ" เวนาพูดเสียงเบา ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความหวังสำหรับอนาคต
"ฉันก็หวังว่าจะได้แบ่งปันความงดงามทั้งหมดกับคุณ เมื่อเราถึงสถานที่ใหม่ แต่ละทิวทัศน์จะอยู่ในใจเราไปตลอด" คาอิตอบรับ พร้อมกันแสดงความฝันของกันและกัน ทำให้คืนมีความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
คำพูดของพวกเขาประดุจดวงดาวที่ส่องแสง ส่องสว่างในใจของกันและกัน และทำให้สิ่งแวดล้อมรอบข้างอบอุ่นขึ้น อย่างไม่มีใครเห็นดาวฤกษ์ในคืนที่ส่องแสง ขอให้ความรักของพวกเขาได้รับพร และดวงดาวในขอบฟ้ายังฟังเสียงในใจของพวกเขา
เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน คาอิเสนอว่า "ทำไมเราไม่เขียนความปรารถนาในใจของเรา และไปทำให้เป็นจริงในอนาคต"
เวนายินดีตอบรับ ทั้งคู่เริ่มใช้กิ่งไม้ที่เก็บมาในทุ่งหญ้าเขียนความฝัน ทุกความหวัง พร้อมตกลงที่จะกลับมาอ่านบันทึกนั้น และเป็นสักขีพยานในการเติบโตและความมุ่งมั่นของกันและกัน
"ฉันเขียนว่า: เราจะเดินทางรอบโลกด้วยกัน" เวนาพูดเสียงเบา ดวงใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
"ฉันเขียนว่า: ฉันจะปกป้องคุณตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" คาอิยกหัวขึ้นมองไปที่เวนา ดวงตาของเขามีความอบอุ่นซาบซ่า
คืนเริ่มมืดลง ดวงดาวเริ่มเปล่งแสง ราวกับว่าดาวทุกดวงนั้นกำลังเฝ้าระวังคู่รักนี้,让他们安眠ในบรรยากาศที่สงบขนาดนี้ ในช่วงเวลานี้ คู่รักบนสนามหญ้าดูเหมือนจะ融入กับธรรมชาติ ทั้งสองไม่แยกจากกัน แต่รวมเป็นหนึ่งเดียว ร่วมรับรู้ความฝันและอนาคตของแต่ละคน
เมื่อท้องฟ้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ เปลือกตาของทั้งสองเริ่มหนัก พวกเขากอดกันแน่น และเพลิดเพลินกับเวลานี้อันมีค่าของความสงบ เวนาค่อยๆ หลับตาลง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังสำหรับวันพรุ่งนี้ ขณะเดียวกัน คาอิก็ใช้มือเบาๆ ลูบหัวเธอ รู้สึกได้ถึงความสุขที่ปีกเกาะ
ไม่นานทั้งสองหลับใหลบนสนามหญ้าที่สวยงามนี้ ในฝันพวกเขากลับไปยังอาณาจักรมายาที่เคยกล่าวถึง และเผชิญทุกอุปสรรคด้วยความกล้าหาญเช่นเดียวกัน พวกเขามีไฟแห่งความหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเชื่อว่าเมื่อมีมือที่จับกัน ทุกความปรารถนาจะกลายเป็นจริง ความรักของพวกเขาเปรียบเสมือนดวงดาวที่ส่องสว่างในคืน มันจะเป็นอมตะและสวยงาม ส่องสว่างทุกช่วงเวลาในอนาคต
