ในคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยไฟนีออน อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟที่เข้มข้น เสียงเพลงเบาๆ และเสียงพูดคุยดังสลับกันไปทั่วทั้งพื้นที่ ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสบาย ที่นี่เป็นมุมที่มีชื่อเสียงในเมือง ไม่ว่าจะเป็นจิตใจที่โดดเดี่ยวหรือเพื่อนฝูงที่มารวมตัวกัน ทุกคนก็เลือกที่จะมาที่นี่เพื่อเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ในคืนวันนี้มีความพิเศษเป็นพิเศษ เพราะที่นี่ มีเด็กหนุ่มชื่อหลิงเซียวและหญิงสาวชื่อเซย่ากำลังนั่งอยู่ในมุมคาเฟ่และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราววิทยาศาสตร์ในจินตนาการ
นิ้วของหลิงเซียวกำลังเคาะโต๊ะ คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง เขามีผมดำยุ่งเหยิง สะท้อนถึงความคิดอัน wild ในจิตใจของเขา ตาเขาส่องแสงที่แสดงถึงความอยากรู้ สร้างความรู้สึกว่า วิญญาณของเขาเหมือนดาวเคราะห์ที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบซึ่งซ่อนเรื่องราวและความฝันนับไม่ถ้วน
“เซย่า” เขาพูดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ความคิดของเขาขาดตอน “ถ้าคุณสามารถสร้างโลกหนึ่ง คุณอยากให้มันเป็นอย่างไร?” เสียงของเขาฟังดูเบาๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความหวังที่จริงใจ
หญิงสาวเซย่านั่งอยู่ตรงข้าม อึ้งเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มอย่างมีนัยน์ ยาวเหยียดนุ่มสลวย สีส้มแดงที่รัดตัวกระจายไปทั่ว โดยดูเหมือนจะสะท้อนแสงจากไฟนีออนด้านนอก สายตาที่ลึกซึ้งโล่งๆ ของเธอส่องแสงแห่งปัญญา ทำให้ไม่สามารถร้องขอที่จะเข้าไปค้นหาความหมาย
“ฉันหวังว่ามันจะเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเลือกได้อย่างอิสระ” เซย่าพูดด้วยเสียงอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยพลังที่ไม่อาจมองข้าม “ที่นั่น ผู้คนจะไม่มีความกลัว ไม่มีความเสียสละ แต่จะสามารถเข้าใจและเคารพการเลือกของกันและกัน” เสียงของเธอชัดเจนในบรรยากาศเพลงของคาเฟ่ คล้ายกับโลกที่เธอพูดถึงอยู่ตรงหน้า
ดวงตาของหลิงเซียวแจ่มใสขึ้นทันที เหมือนกับว่าเขาได้เห็นโลกแห่งจินตนาการ “ยอดเยี่ยมมาก! จินตนาการดูนะ เมื่อทุกคนสามารถตามหาฝันของตัวเองโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมา สังคมแบบนั้นจะสวยงามแค่ไหน!” เขาบ้าคลั่งและไม่รู้ตัวเลยว่าดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้าง
“แต่” เซย่าขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงของเธอกลับมามีความหนักแน่น “โลกในอุดมคติไม่ต้องการคนรักษาจริงหรือ? ความยุติธรรมเบื้องหลังยังคงต้องการการเสียสละอยู่ไหม?”
คำพูดของเธอทำให้ความตื่นเต้นของหลิงเซียวลดลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขามีท่าทีระลึกถึงความคิด ขณะที่พวกเขานั่งเงียบ คำพูดนั้นผ่านออกไปนอกหน้าต่าง มองไปที่เมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไฟสว่าง จังหวะของผู้คนที่รีบเร่ง รถที่เคลื่อนตัวไปทุกทิศทุกทาง ทุกอย่างดูเหมือนยุ่งเหยิง แต่กลับขาดความสงบสุข
“คุณคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมและการเสียสละคืออะไร?” หลิงเซียวถามด้วยเสียงเบา ดูเหมือนว่าคำถามนี้หมุนวนอยู่ในใจของเขา แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้
เซย่าหยุดนิ่งสักครู่แล้วจึงพูดว่า “ความยุติธรรมเป็นมุมมองทางคุณค่า และการเสียสละคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อตรักษามุมมองนั้น ในบางกรณี เราอาจหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องเลือกการเสียสละ แต่การที่จิตใจเรายอมรับหรือไม่นั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง” คำพูดของเธออบอุ่นและเลื่อนลอยอ่อนหวานแต่ยังมีความหนาวเย็น ให้ความรู้สึกที่ยากจะละเลย
“ในเรื่องของเรา ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นความยุติธรรมมักเป็นฮีโร่ พวกเขาทำทุกอย่างอย่างกล้าหาญ แต่ก็มักจะไม่มีทางเลือก” เซย่ามองด้วยสายตาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น “แต่ลองคิดดู บางทีความลับที่ไม่เปิดเผยเกี่ยวกับฮีโร่เหล่านั้น เจ็บปวดและความโดดเดี่ยวที่พวกเขาต้องแบกรับ จริงๆ แล้วอาจจะไม่แตกต่างจากใครเลย”
“ใช่แล้ว” หลิงเซียวพูดขณะที่เขาตบโต๊ะ ดูเหมือนจะได้รับการกระตุ้นจากคำกล่าวของเธอ “ฉันเคยคิดเกี่ยวกับตัวละครหนึ่งชื่อ ‘Nightwalker’ เขาแก้ปัญหาในยามค่ำคืน แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นนักเดินทางคนเดียวที่เงียบเศร้าในตอนกลางวัน” เขาตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเขาเร็วขึ้น “เขาช่วยชีวิตคนมากมาย แต่การต่อสู้ภายในจิตใจทำให้เขาไม่สามารถแบ่งปันความสุขนั้นได้”
“ถูกต้องแล้ว” รอยยิ้มของเซย่ามีความชื่นชม “เรื่องของเราที่สามารถสะท้อน ต้องมาจากความจริงที่ซ่อนอยู่ในชีวิตจริง ทุกการเลือก ทุกช่วงเวลาที่ค้นหาความจริง คือความท้าทายต่อธรรมชาติของมนุษย์”
หลิงเซียวพยักหน้ารับ เลือดในตาของเขาเปล่งประกาย คล้ายกับเขาได้รับแรงบันดาลใจใหม่ “เซย่า คุณคิดว่าเราสามารถสร้างเรื่องราวด้วยกันได้ไหม? ให้ตัวละครเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์ในโลกของเรา และสำรวจความหมายที่ลึกซึ้งของความยุติธรรมและการเสียสละ”
“ไอเดียนี้เยี่ยมมาก!” เซย่ารู้สึกตื่นเต้น และเสนอว่า “เราสามารถตั้งค่าเป็นฉากในเมืองอนาคต เทคโนโลยีได้พัฒนาถึงจุดที่สูงที่สุด แต่ความรู้สึกของมนุษย์กลับไม่ได้รับการสนใจ ในโลกเช่นนี้ เส้นแบ่งระหว่างฮีโร่และวายร้ายกลายเป็นมัว และตัวละครของเราควรหาสิ่งที่พวกเขาแท้จริงรู้สึก”
“ให้เรากำหนดตัวละครก่อน!” หลิงเซียวหยิบปากกาและเริ่มวาดวงรีบนกระดาษเปล่า “ฉันต้องการออกแบบตัวละครชื่อ ‘เชอรี’ เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนใจคน แต่ความสามารถนี้กลับทำให้เธอต้องรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง”
“โอ้ เชอรีฟังดูน่าสนใจ!” เซย่ารู้สึกตื่นเต้นในตาของเธอ แล้วพูดต่อ “ดังนั้นตัวร้ายเราสามารถออกแบบเป็นพ่อค้าชื่อ ‘เฟเลรัส’ เขาพยายามใช้เทคโนโลยีควบคุมจิตใจมนุษย์ ทำให้ผู้คนสูญเสียอิสระในการคิด”
หลิงเซียวพยักหน้าอย่างรวดเร็วและเสนอเพิ่มเติม “ฉันคิดถึงฉากหนึ่งที่เชอรีและเฟเลรัสพบกันโดยบังเอิญและเริ่มเล่นเกมจิตใจ เธอพยายามให้เขาเข้าใจถึงคุณค่าของความรู้สึกของมนุษย์ ขณะที่เขาพยายามใช้วิธีการของเขาเพื่อนำทางการเลือกของเธอ”
หลังจากคิดแล้ว สายตาของเซย่าก็ส่องประกาย กล่าวต่อไปว่า “ฉันคิดว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างความเข้มแข็งและความอ่อนแอ แต่เป็นการโต้แย้งระหว่างความเชื่อและความปรารถนา ความรู้สึกและเหตุผล เราสามารถวางตัวละครเหล่านี้ในช่วงเวลาที่สำคัญเพื่อให้ผู้อ่านสัมผัสถึงการต่อสู้ภายในจิตใจของพวกเขา”
“เราอาจจะให้พวกเขาเป็นพันธมิตรชั่วคราวในช่วงเวลาแห่งวิกฤต เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างสองคน” หลิงเซียวพูดด้วยเสียงที่มีความคาดหวัง “ด้วยเหตุนี้ เมื่อเลือกสุดท้ายมาถึง ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสถึงบรรยากาศที่ย่ำแย่ได้มากขึ้น”
“แน่นอน นั่นคือความรู้สึกที่เราอยากได้!” เซย่ารู้สึกดีใจกับความคิดใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่สามารถควบคุมความตื่นเต้นได้ เธอเอนไปข้างหน้า เสียงของเธอเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “เราสามารถให้พวกเขาเข้าใจซึ่งกันและกันในกระบวนการแก้ปัญหา และแสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงผลที่เกิดจากการเลือกที่แตกต่างกัน”
ที่นั่งเริ่มมีบรรยากาศที่น่าสนใจ หลิงเซียวเริ่มคิดถึงความขัดแย้งและการมีผลกระทบระหว่างตัวละครเหล่านี้ พยายามรวมอารมณ์กับองค์ประกอบวิทยาศาสตร์ในจินตนาการไม่ให้แยกจากกัน สายตาของพวกเขาสบกันในขณะนั้น เหมือนดาวสองดวงหมุนอยู่ในวงโคจรเดียวกัน ดึงดูดเข้าหากันแม้จุดเชื่อมโยงจะค่อยๆ มืดลงและสร้างความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
เวลาไหลผ่านไปเนื่องจากการอภิปราย พวกเขาคาดการณ์ความเป็นไปได้ของเรื่องราว สร้างคาแรคเตอร์ให้มีตัวตน และแม้ในเวลาค่ำคืนที่เริ่มมืดลง ภายในคาเฟ่ สองดวงใจหนุ่มสาวก็เชื่อมต่อกันอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลิงเซียวและเซย่าไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนอีกต่อไป แต่ยังเริ่มต้นการเดินทางการสร้างสรรค์อย่างมหัศจรรย์
เมื่อค่ำคืนอันเข้มข้นขึ้น แสงนีออนยังคงสวยงาม เมืองด้านนอกกลายเป็นภาพลงในชีวิตจริง ในบางวินาที ในช่วงเวลานั้น พวกเขาไม่เป็นอีกแล้วเหล่าจิตใจที่โดดเดี่ยว แต่กลายเป็นผู้สร้างที่ไฟในใจพวกเขาลุกโชน รอคอยที่จะทำให้ความคิดเหล่านี้กลายเป็นตัวอักษร จนกระทั่งเรื่องราวที่แท้จริงเริ่มต้น
ลมเย็นในคืนชวนหลับใหล นุ่มนวลและเงียบสงบ เชื่อมโยงหัวใจของพวกเขา เซย่าดูหวังดีและเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ส่วนหลิงเซียวเต็มไปด้วยพลังในการสร้างสรรค์ การผสมผสานของสองดวงใจคล้ายกับเงาแห่งดวงดาวที่เต้นรำ ทุกคำ ทุกสายตา ทุกความหวังในอนาคตที่สดใส
