🌞

ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว พระราชวังและการเดินทางของจิตใจที่สงบ

ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว พระราชวังและการเดินทางของจิตใจที่สงบ


ในที่ห่างไกล มีพระราชวังอันงดงามตั้งอยู่ล้อมรอบด้วยสวนดอกไม้ที่สวยงาม ดวงอาทิตย์ส่องผ่านช่องว่างของใบไม้ลงมา ทำให้ทั่วบริเวณ庭院เต็มไปด้วยแสงสีทอง มีภาพหนึ่งที่สดชื่นใน庭院 มีสาวน้อยชื่อเสียวฝน สวมชุดนักสู้ที่หรูหรา ราวกับนางฟ้านั่งอยู่บนกลีบดอกไม้ที่เบ่งบาน ในมือของเธอกำลังพลิกอ่านหนังสือนิทานสีสันสดใส แสงแดดประทบสัมผัสกับผิวของเธอ ลมเบาๆ พัดผ่านเส้นผมของเธอ ทำให้ช่วงเวลานั้นดูสวยงามเป็นพิเศษ

ชุดนักสู้ของเสียวฝนทำจากไหมที่ประณีต สไบแบบลอยตัวแกว่งไปตามการเคลื่อนไหวของเธอ เย็บด้วยลวดลายดอกไม้และนกอย่างละเอียด ราวกับทุกเข็มทุกด้ายเล่าเรื่องราวเก่าแก่ เธอมีแก้มสีชมพู ตาของเธอเหมือนกับดาวที่ส่องแสงเจิดจ้า สะท้อนถึงความปรารถนาและจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องราวที่กำลังอ่านอยู่ รอบๆ ตัวเธอ นอกจากกลิ่นหอมของกล้วยไม้และดอกซากุระ ยังมีผีเสื้อหลากสีที่บินวนอยู่ ค似จะถูกดึงดูดโดยรอยยิ้มของเสียวฝน และหยุดพักเพื่อแชร์ช่วงเวลาสงบนี้กับเธอ

“ดูเรื่องนี้สิ,” เสียวฝนขมวดคิ้วเล็กน้อย ยิ้มให้กับผีเสื้อที่อยู่ข้างๆ “การผจญภัยของเจ้าหญิงตัวน้อยนี่ น่าสนใจจริงๆ” เสียงของเธออ่อนหวาน ราวกับลมเบาที่พัดผ่านผิวน้ำใสๆ ซึ่งชวนให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น เมื่อเธอพลิกหน้าหนึ่งเห็นการบรรยายถึงตัวละครที่เดินข้ามป่า ตาของเธอเปล่งประกายราวกับกำลังอยู่ในโลกแห่งความฝันนั้น

“ฉันจริงๆ หวังว่าจะได้เหมือนเขา ในการค้นหาความงามที่ไม่รู้จักในระหว่างการผจญภัย” เสียวฝนภาวนาในใจ ในชั่วขณะนั้น เธอไม่ใช่สาวน้อยที่อยู่ในพระราชวังอีกต่อไป แต่เป็นวีรสตรีนักสู้ผู้กล้าหาญ เดินทางไปทุกที่เพื่อค้นหาตำนานที่เป็นของตัวเอง

ใน庭院ที่เงียบสงบนี้ เวลาราวกับหยุดนิ่ง นิ้วมือที่ประณีตของเสียวฝนเลื่อนไปตามหน้ากระดาษ เนื้อหาในหนังสือที่เธออ่านเต็มไปด้วยจินตนาการของเธอ เธอหลงรักในเรื่องราวที่งดงามในหนังสือ จินตนาการหลากหลายฉากเกิดขึ้นในหัวของเธอ: เธอถือด้ามดาบ วิ่งไปอย่างรวดเร็วผ่านศัตรู เสียงของการกระทบกันของดาบดังก้องอยู่ข้างหู; หรือในคืนที่มีแสงจันทร์นวล เธอนั่งอยู่กับเพื่อนๆ รอบกองไฟ แลกเปลี่ยนเรื่องราวการผจญภัยของแต่ละคน เสียงหัวเราะกลมกลืนกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว

ไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเมื่อใด แสงแดดรอบตัวได้ถูกเปลี่ยนเป็นแสงสีส้มอ่อนของพระอาทิตย์ตก สร้างบรรยากาศให้กับ庭院อย่างเหมือนบทกวี เสียวฝนภาวนาในใจ หวังว่าจะได้สำรวจเรื่องราวใหม่ๆ และสัมผัสชีวิตของตัวละครแต่ละตัว ในขณะที่เธอยิ้มเบาๆ ราวกับกำลังสนทนากับดาว และแบ่งปันความฝันที่แท้จริงในใจ




ในขณะนั้นเอง มีชายผู้มีรูปร่างสูงคนหนึ่งเดินออกมาจากอาคารหลักของพระราชวัง เขาชื่อว่า เฟิงเจิง เป็นพี่ชายของเสียวฝน เฟิงเจิงสวมเสื้อผ้าสีฟ้าอ่อน พร้อมด้วยเข็มขัดที่ประณีต ใบหน้าของเขาหล่อและอ่อนโยน เขาเดินไปหเสียวฝนและมองดูหนังสือในมือของเธอ ยิ้มถามว่า “เสียวฝน วันนี้คุณอ่านเรื่องอะไรที่น่าสนใจอยู่?”

เสียวฝนเงยหน้าขึ้น ตาของเธอส่องประกายด้วยความตื่นเต้น ตอบว่า “พี่ชาย ฉันกำลังอ่านเกี่ยวกับการผจญภัยของเจ้าหญิงตัวน้อย เธอเอาชนะอุปสรรคมากมาย และในที่สุดก็พบกับความสุข” เสียงของเธอไพเราะเหมือนน้ำพุไหล เธอหยุดพลิกหน้าและแบ่งปันกับเฟิงเจิงถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งอ่านไป

เฟิงเจิงฟังด้วยความตั้งใจ พยักหน้าเบาๆ เป็นระยะ รอยยิ้มของเขาแสดงถึงความรัก ดูเหมือนจะชื่นชมความกระตือรือร้นและพลังของเสียวฝน เขานั่งลงข้างเสียวฝนและพูดว่า “เรื่องทุกเรื่อง都是一个旅程,而คุณที่รู้สึกในหนังสือนี้ วันหนึ่งในอนาคตจะเกิดขึ้นจริง” คำของเขาเหมือนแสงเช้า ที่ทำให้เสียวฝนรู้สึกมีความหวัง

“ฉันก็หวังว่าจะเหมือนเจ้าหญิงนะ จะไม่กลัวอุปสรรค กล้าไล่ตามความฝันของตัวเอง” เสียวฝนกล่าวด้วยสายตาที่มุ่งมั่น เต็มไปด้วยความคาดหวังต่ออนาคต เมื่อเฟิงเจิงได้ยิน เขาก็รู้สึกประหลาดใจ โดยยิ้มและตบบ่าเธอให้กำลังใจ “เธอมีกำลังนั้น อยู่แค่เชื่อมั่นในตัวเองและทำตามเป้าหมาย ไม่มีอะไรที่สามารถหยุดเธอได้” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทำให้เสียวฝนรู้สึกถึงการสนับสนุนและกำลังใจที่ไม่มีรูปแบบ

“จริงเหรอ พี่ชาย? ฉันทำได้เหรอ?” เสียวฝนเต็มไปด้วยคำถามและความหวัง แสงในดวงตาของเธอส่องประกายทำให้รอยยิ้มของเฟิงเจิงยิ่งแจ่มใส

“แน่นอน โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับเด็กสาวผู้กล้าหาญอย่างเธอ” คำพูดของเฟิงเจิงเหมือนลมเบาๆ ที่ปลอบประโลมใจเสียวฝน เธอรู้สึกถึงความพอใจในใจ รู้สึกไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ ในหัวใจของเธอเต็มไปด้วยพลัง ราวมีพลังงานบางอย่างไหลผ่านใจของเธอ ผลักดันให้เธอสำรวจโลกที่ไม่รู้จัก

เสียวฝนกระโจนไปในความคิดถึงฉากต่างๆ จากหลายเรื่องที่เธอเคยอ่าน เธอนึกถึงเจ้าหญิงที่พบกับสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ต่างๆ ขณะเดินทางผ่านป่า เช่น การได้เป็นเพื่อนกับสุนัขจิ้งจอกผู้กล้าหาญ หรือเมื่อปีนเขาสูงแล้วเจอกับยักษ์ลึกลับ ฉากเหล่านี้ซ้อนทับกันในหัวของเธอ ราวกับเรียกเธอให้ไปค้นหาการเดินทางที่เป็นของตัวเอง




เมื่อคืนเริ่มเข้ามา แสงจันทร์ส่องสว่างใน庭院 เสื่อดอกไม้ร่วงกระจายทั่วพื้น เสียวฝนเกิดความคิดที่จะผจญภัยมากขึ้น เธอตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เริ่มต้นเธอจะออกไปค้นหาการผจญภัยที่เป็นของตัวเอง ไม่ว่าเธอจะพบกับความท้าทายอะไร เธอก็จะไม่ถอย เพราะเธอรู้ว่า โลกนี้มีความเป็นไปได้ไม่รู้จบ

“พรุ่งนี้ ฉันจะเริ่มต้นการผจญภัยของฉัน” เสียวฝนตั้งใจอย่างแน่วแน่ แสงในดวงตาของเธอสุกสกาวในยามค่ำคืน เฟิงเจิงยิ้มอย่างพอใจ รู้ว่าเสียวฝนเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเธอ ในขณะนั้น ดวงดาวในท้องฟ้ากระจ่างตา ราวกับกำลังมอบพรให้กับเสียวฝน

เมื่อคืนยังยาวนานขึ้น เสียวฝนยังนั่งอยู่ใน庭院 ดื่มด่ำกับโลกแห่งความฝันและเรื่องราว เธอถือหนังสือนิทานคิดถึงการผจญภัยในอนาคตของเธอ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความหวังและแรงปรารถนา สถานที่นี้ สถานที่ที่ดอกไม้ร่วงหล่น จะกลายเป็นเวทีแรกของเธอ แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่เธอจะบินสูงขึ้น

ไม่รู้ตัวว่าเมื่อไร เปลือกตาของเสียวฝนเริ่มหนักขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลมพัดมา เธอในที่สุดก็หลับไปในความฝันอันแสนสุข ทุกฉากที่เธอใฝ่ฝันจะกลายเป็นเครื่องหมายในการไล่ตามสิ่งที่เธอกล้าหาญ ในความฝัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องไปในดาว หรือการผจญภัยกับตัวละครในนิทาน เสียวฝนปล่อยใจให้ว่องไว หลีกเลี่ยงพันธนาการใดๆ

庭院ของพระราชวังเงียบสงัด ดวงจันทร์ส่องแสงสว่าง เหมือนเกิดเป็นผ้าละเอียดบางปกคลุมความฝันของเสียวฝน ในวันนั้น เธอไม่รู้สึกถึงการผูกพัน มีแต่ความกล้าและแรงปรารถนา เธอรู้ว่า วันพรุ่งนี้ เธอจะเริ่มต้นการผจญภัยที่มหัศจรรย์ของตัวเอง

แท็กทั้งหมด