ในคาเฟ่แห่งหนึ่งในนิทานยุคไวกิ้ง แสงแดดยามเช้ารุ่งเรืองลอดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้ทุกมุมในร้านดูมีเสน่ห์ราวกับอยู่ในความฝัน คาเฟ่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังยุคไวกิ้งโบราณที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโอดินและโซล ลูกค้าทุกคนต่างหลงใหลในบรรยากาศอันมีเอกลักษณ์นี้ กลิ่นหอมของกาแฟอบอวลไปทั่ว ทำให้รู้สึกสดชื่น
ที่มุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง สาวน้อยโซเวียถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นอยู่ในมือ นิ้วที่ขาวของเธอแตะต้องขอบแก้ว ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง เส้นผมยาวของเธอส่องประกายราวกับแสงแดดสีทอง ดวงตาของ她มีอารมณ์เศร้าและมุ่งมั่น ราวกับดาวเหนือที่ชวนหลงใหล ข้ามจากเธอคือเด็กหนุ่มเอลวินที่มีรอยยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนรอคอยคำตอบจากโซเวีย
“เธอรู้ไหม เอลวิน” โซเวียพูดเบา ๆ เสียงของเธอคล้ายเสียงระฆังที่ไพเราะ สร้างบรรยากาศในกลิ่นกาแฟ "กาแฟที่นี่เหมือนเรื่องราวในนิทาน มีอารมณ์ต่าง ๆ ที่พันกันอยู่"
เอลวินขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกสงสัยในสิ่งที่เธอพูด ดวงตาของเขาแสดงให้เห็นถึงความห่วงใย "อารมณ์ที่พันกัน? เธอหมายถึงเส้นแบ่งที่ยากจะแยกแยะระหว่างความรักและความเกลียดชังหรือเปล่า?" เสียงของเขาลึกและนุ่มนวล เหมือนลมเบา ๆ ที่พัดผ่านผิวน้ำ เขาเฝ้าสังเกตโซเวียและต้องการที่จะเข้าใจการต่อสู้ในใจของเธอ
“ใช่ มันก็เหมือนกับความสัมพันธ์ของเรา” โซเวียมีน้ำเสียงแน่วแน่ ความอ่อนโยนในดวงตาของเธอถูกแปรเปลี่ยนเป็นความไม่สบายใจ “ฉันรู้สึกต่อเธอ บางครั้งมันก็เหมือนความรัก บางครั้งมันก็เหมือนความเกลียดชัง”
หัวใจของเอลวินแน่นขึ้น เขาตกอยู่ในภวังค์นึกถึงวันแรกที่เขาและโซเวียพบกัน ในขณะนั้น พวกเขาพบกันโดยบังเอิญในป่า แสงแดดลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้สาดลงบนใบหน้าของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาในนิทาน หัวใจของเขาถูกดึงดูดโดยเธอในทันที แต่ในวันถัดไป การโต้ตอบของพวกเขากลับเต็มไปด้วยการชนกัน
“โซเวีย ฉันไม่เคยคิดว่าคุณจะมองความสัมพันธ์ของเราเป็นความรักและความเกลียดชัง” เขาพูดอย่างเบา ๆ ความตื่นเต้นในเสียงของเขาทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น เขายกมือไปที่โต๊ะ เพื่อจะจับมือเธอ แต่ก็ลังเลที่จะหยุด
“คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของฉัน” ดวงตาของโซเวียมีแววเศร้า เหมือนถูกควันดำในคืนปกคลุมอยู่ “บางครั้งฉันรู้สึกว่าต้องการคุณมาก อยากแบ่งปันทุกอย่างกับคุณ แต่บางครั้งก็รู้สึกผิดหวังเพราะคุณดูไม่ใส่ใจ”
เอลวินไม่รู้จะพูดอย่างไร หัวใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีคลื่นใหญ่โซซัด เขานึกถึงการทะเลาะกันครั้งแล้วครั้งเล่า ความทรงจำที่ไม่พึงประสงค์ วันนั้นที่ริมแม่น้ำ พวกเขาทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดเล็กน้อย เมื่อโซเวียน้ำตาไหลออกมา หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกมีดแทง ดึงดูดให้ต้องการปลอบใจเธอ แต่ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไร
“ฉันจะแก้ไข” เอลวินจ้องตาโซเวียอย่างจริงจัง “ฉันไม่อยากให้คุณผิดหวัง คุณคือคนที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน” คำนี้เหมือนกับความคิดที่เขากักตันอยู่ในใจมานานในที่สุดก็ระเบิดออกมาในช่วงเวลานี้
โซเวียดูเหมือนจะอึ้ง อารมณ์ในดวงตามีความสุขปนสงสัย “คุณจริงใจที่จะเปลี่ยนเพื่อฉันหรือ?” เสียงของเธอแฝงไปด้วยความหวังและความวิตกกังวล เธอต้องการจะเชื่อ แต่ความกลัวในใจทำให้เธอไม่สามารถตัดสินใจอย่างง่ายดาย
“ฉันจะพยายาม ใช้ความคิดทั้งหมดของฉันเพื่อเอาใจใส่คุณ” เอลวินพูดอย่างมั่นใจ ความวิตกกังวลในใจเริ่มถูกความรักแทนที่ เขายื่นมือออกไปและเบา ๆ ปิดทับมือของโซเวีย รู้สึกถึงความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเธอ “เราต้องพยายามเข้าใจกันและกันเพื่อให้นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น”
มือของพวกเขาทั้งคู่สัมผัสกันอย่างเบา ๆ ถ่ายทอดความรู้สึกถึงกัน แสงแดดยามเช้าผ่านหน้าต่างเสมือนเติมความอบอุ่นให้กับจิตใจของพวกเขา บรรยากาศที่เงียบสงบในคาเฟ่ถูกชำระล้างโดยการสนทนาของพวกเขา ลูกค้าอื่น ๆ ราวกับรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดที่เกิดขึ้น ต่างมองด้วยความสนใจ
“บางที เราอาจลองเผชิญหน้ากับปัญหาร่วมกัน” โซเวียแสดงความนุ่มนวลในดวงตา เหมือนกำลังพยายามโน้มน้าวตัวเองให้ปลดปล่อยความสงสัยในใจ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องผ่านมันไปด้วยกัน”
หัวใจของเอลวินเต้นตึกตัก เขาพยักหน้า “ใช่ เราจะพยายามร่วมกัน” เขาสาบานในใจว่าจะไม่มีวันทำให้เธอผิดหวังอีก
เมื่อความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อย ๆ จัดตั้งขึ้น โลกภายนอกยังคงสดใสและมีเสียง ช่วงเวลาไหลผ่านเงียบ ๆ เส้นทางที่ทิ้งไว้ในมุมของคาเฟ่ตัดกัน โซเวียและเอลวินเริ่มสำรวจจิตใจของกันและกัน เมื่อพวกเขาออกจากคาเฟ่ เดินไปตามถนนที่เงียบสงบ แสงแดดยามเย็นค่อย ๆ ห่มคลุม พวกเขาจึงได้เห็นความงามของช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสีทอง
ระหว่างทางไปยังริมทะเลสาบ ลมพัดกระทบเส้นผมของพวกเขานำมาซึ่งความสดชื่น โซเวียเริ่มรู้สึกดีขึ้น ความคาดหวังในความสัมพันธ์ของเธอยิ่งชัดเจน เธอหันหลังมาหาเอลวินและยิ้มให้เขา “รู้ไหม บางครั้งฉันก็คิดว่า เรื่องราวของเราจะกลายเป็นนิทานใหม่หรือเปล่า?”
เอลวินหัวเราะเบา ๆ และเปล่งประกายในดวงตาของเขา “ขอแค่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ทุกวันก็จะเป็นนิทานใหม่” น้ำเสียงของเขามีความจริงจังเล็กน้อย ในขณะที่การมองตรงของเขาค่อย ๆ ทำให้โซเวียรู้สึกอบอุ่น นี่ไม่ใช่ความรู้สึกสับสนอีกต่อไป แต่เป็นความเข้าใจที่อบอุ่น
ที่ม้านั่งริมทะเลสาบ พวกเขานั่งเคียงข้างกัน รอพระอาทิตย์ตกดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถมองเห็นอนาคตได้ พวกเขาเริ่มเปิดเผยความปรารถนาของกันและกัน โซเวียฝันอยากเป็นนักเขียน เล่าเรื่องราวของเธอในขณะที่เอลวินต้องการเป็นนักดนตรี ใช้เสียงเพลงสื่อสารอารมณ์ในใจ
“เมื่อฉันเขียนคำแต่ละคำ ฉันหวังว่ามันจะสะท้อนจิตวิญญาณของฉัน คล้ายคลึงกันดีที่คนอื่นสามารถเข้าถึงรู้สึกของฉัน” แววตาของโซเวียเต็มไปด้วยความหลงใหล เหมือนนั้นความปรารถนาในใจของเธอมีไฟลุกไหม้
เอลวินพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวว่า “และดนตรีของฉันเป็นการส่งเสียงร้องของฉันต่อโลก โน้ตแต่ละตัวแทนความมีชีวิตของฉัน” น้ำเสียงของเขากลับกลายเป็นอ่อนนุ่มราวกับเล่าเรื่องทำนองที่เพราะพริ้ง
ในขณะนั้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรักกับความเกลียด แต่เป็นความเชื่อมโยงในใจพวกเขาที่ลึกซึ้งขึ้น พวกเขาเริ่มสามารถรับรู้ความเข้าใจกันในการสื่อสารในระหว่างกัน บรรยากาศของคาเฟ่เหมือนถูกขยายออกไปด้วยบทสนทนาของพวกเขา ในฉากหลังที่เหมือนฝัน ความรักและมิตรภาพได้ถักทอเข้าด้วยกัน
ในคืนที่มีดวงดาวพราวใส แสงดาวค่อย ๆ ปกคลุมโลกของพวกเขา เสียงซุบซิบรอบข้างก็ค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงเสียงสะท้อนในใจของพวกเขา ในค่ำคืนนี้ที่เงียบสงบ โซเวียและเอลวินยืนเคียงกัน สามารถพูดคุยกันเกี่ยวกับความหวังในอนาคต ในเวลาที่ยาวนานนี้ ความรักและความหวังผสมผสานกันเป็นภาพวาดที่สวยงาม ไม่เคยจางหาย
บางทีในโลกของนิทานยุคไวกิ้งนี้ ความรักของพวกเขาก็คือส่วนหนึ่งของนิทานนั้น ถึงแม้จะมีอุปสรรคและความยากลำบาก แต่สุดท้าย พวกเขาจะจับมือกันเดินผ่านยามเช้ายามค่ำ เพื่อเขียนเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา
