🌞

ดอก梅เย็นในแสงจันทร์และการเดินทางที่เงียบสงบ

ดอก梅เย็นในแสงจันทร์และการเดินทางที่เงียบสงบ


ในสวนลีอันเฮอร์ที่เงียบสงบ ลมเบาๆ พัดผ่าน เงาของต้นไม้揺กวนและแสงแดดลอดผ่านช่องระหว่างใบไม้ ทอลงมาที่พื้นน้ำที่สะท้อนท้องฟ้าสีฟ้า น้ำผิวนั้นมีคลื่นเล็กน้อย สะท้อนแสงของท้องฟ้า เออิทูร่าและฟินนิกนั่งอยู่ข้างน้ำ ขอสลับกันแนบแน่น รู้สึกถึงความงดงามที่ละเอียดอ่อนรอบตัว

เออิทูร่าเป็นสาวน้อยที่มีผมยาว เส้นผมสีดำเหมือนดาวที่สว่างที่สุดในยามค่ำคืน พลิ้วไปตามสายลม ดวงตาของเธอดูลึกซึ้งราวกับมหาสมุทร แฝงไปด้วยอารมณ์นับไม่ถ้วน ทำให้คนรู้สึกว่าอยากทำความเข้าใจเธอมากขึ้น ฟินนิกเป็นหนุ่มหล่อ เขามีตาที่ส่องแสงเหมือนท้องฟ้าที่แจ่มใส รอยยิ้มของเขาแฝงไว้ด้วยความลึกลับ ดูเหมือนเขาจะมีเรื่องราวอยู่เสมอ

"เธอเชื่อไหมว่าเทพพิทักษ์ในตำนานนอร์สจะปกป้องเรา?” เออิทูร่าถามขึ้นอย่างกะทันหัน ขณะที่จ้องไปที่ผิวน้ำ เธอรู้สึกวิตกกังวล คลื่นที่เคลื่อนไหวทำให้เกิดการสะท้อนเป็นคลื่นคล้ายกำลังตอบคำถามของเธอ

ฟินนิกยิ้มเล็กน้อย พลางส่งสายตาที่มีความมั่นใจไปที่เธอ "ฉันเชื่อว่า ถ้าเรารักกันในใจ เราก็จะได้รับพรจากพวกเขา" เสียงของเขานุ่มนวลและมั่นคงเหมือนลมอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้เออิทูร่ารู้สึกใจ平安

"จริงเหรอ?" เออิทูร่ามีโทนเสียงที่สงสัย "แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้รู้สึกวิตกมากขึ้น เหมือนมีกำลังที่มองไม่เห็นกำลังฉีกความสัมพันธ์ของเรา" ดวงตาของเธอมองลง ไม่ต้องการเผชิญกับความกังวลในใจ

ฟินนิกรับรู้ถึงอารมณ์ของเธอ ยื่นมือไปจับมือเออิทูร่าเบาๆ "ไม่ว่าโลกภายนอกจะเกิดอะไร เราต้องเผชิญหน้าด้วยความกล้าหาญ" มือของเขาอุ่นและแข็งแรง ทำให้อารมณ์ของเออิทูร่าผ่อนคลายลง




"เธอรู้ไหม? ทุกครั้งที่เห็นน้ำนี้ ฉันมักจะนึกถึงตำนานนอร์ส ได้ยินมาว่ามีสาวน้ำสวยอยู่ที่ก้นทะเล เพลงของพวกเธอสามารถเยียวยาทุกบาดแผล" เออิทูร่ามีประกายแห่งความปรารถนาในดวงตา "ฉันหวังว่าเราจะเหมือนสาวน้ำ ไม่มีความกลัวในการเผชิญหน้ากับความยากลำบาก"

"ถ้าเช่นนั้นเราต้องเรียนรู้การร้องเพลง" ฟินนิกยิ้มเบาๆ เสียงภายในนั้นเต็มไปด้วยการหยอกล้อ "บางทีเราอาจดึงดูดสาวน้ำให้มาเล่าเรื่องให้เราฟังเพิ่มเติม"

เออิทูร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย มีความอยากรู้ในดวงตา "เธอจริงๆ เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นเหรอ?"

"ไม่ลองก็จะรู้ได้ไง?" ฟินนิกยิ้มอย่างอบอุ่น เขาเริ่มขับขานเพลงโบราณจากนอร์ส เสียงของเขาหนาแน่นราวต้นไม้ที่มีอยู่มานานนับพันปี แต่ก็ใสสะอาดราวน้ำในลำธาร ทำให้เกิดลมหอบเบาๆ กวนต้นไม้เสียงกระซิบ

เออิทูร่าสังเกตเขาเงียบๆ อารมณ์ของเธอก็ถูกกระตุ้นจากเสียงเพลงนั้น เธอไม่สามารถหยุดตัวเองจากการขับขานตาม แม้เสียงไม่เข้ารูป แต่ก็ยังแผ่ออกรายรื่น ในช่วงเวลาสงบเงียบที่ริมฝั่งน้ำ เสียงเพลงของพวกเขาดูเหมือนกับควันที่ล่องลอยไปตามสายลม รวมก้าวกับการเต้นของหัวใจและความเศร้า

เสียงเพลงกลับดังก้องไปตามคลื่นน้ำเบาๆ ความสุขชั่วคราวทำให้จิตใจของพวกเขาได้อาบแดดอีกครั้ง ตามเส้นเพลงที่ดำเนินไป เออิทูร่าค่อยๆ ลืมความกังวลในใจ และแทนที่ด้วยอนาคตที่สวยงามที่พวกเขาวาดร่วมกัน

"ดูสิ! ผิวน้ำนั้น似乎กำลังเปล่งประกาย" ฟินนิกชี้ไปที่ผิวน้ำ ดวงตาเขามีความเหลือเชื่อ "บางทีนั่นคือสาวน้ำกำลังตอบกับเพลงของเรานะ!"




เออิทูร่มองไปที่ผิวน้ำ ฟองอากาศสวยงามภายใต้แสงของดวงอาทิตย์ เหมือนภาพวาดที่งดงาม มีสีสันสดใส ทำให้เธอรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง "ช่วงเวลานี้สวยงามเหมือนกับอารมณ์ของเรา"

เสียงหัวเราะและการร้องเพลงของพวกเขาที่ริมฝั่งน้ำ เหมือนกับแสงที่กระทบน้ำ เปล่งประกายส่องสว่าง แสงสว่างในช่วงเวลาที่สวยงามนี้ชั่วคราวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งความกังวลและความไม่สบายใจก็ถูกลืมไป

เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงด้านทิศตะวันตก สีส้มที่ฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้ามืดลง สวนก็กระซิบลง มันเงียบมากยิ่งขึ้น เสียงของฟินนิก似乎ยิ่งเบาลง เขาหันไปมองเออิทูร่า ดวงตาของเขาส่องแสงนุ่มนวล "เออิทูร่า มาเฝ้าดูน้ำนี้ด้วยกันตลอดไปไหม?"

เออิทูร่าเกิดความสั่นสะเทือนในใจ รอยยิ้มออกมาจากมุมปากเธอโดยไม่ตั้งใจ แต่ใจของเธอกลับรู้สึกท่วมท้น มีความผสมผสานของอารมณ์ ทั้งหวานและหนักหน่วง "แต่ถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกจากกัน... แล้วจะทำอย่างไร?"

ฟินนิกเงียบลงชั่วขณะ ราวกับกำลังจัดระเบียบคำพูด เขาจ้องไปที่น้ำ สูดหายใจลึก "ฉันเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ความรักที่เราแบ่งปันจะไม่มีวัน消失 มันเหมือนกับสายน้ำที่ไหลไปตลอด อย่างไรก็ตาม จุดหมายสุดท้ายคือที่ต้นน้ำ"

ใจของเออิทูร่ากระตุก ฟินนิกพูดเหมือนเสียงระฆังใส ที่กระทบความรู้สึกของเธอ เธอรู้ว่าสิ่งนี้เป็นอารมณ์ที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่ก็เป็นความจริงใจ เธอพยักหน้าเบาๆ ในใจนึกถึงคำสัญญานี้ อบอุ่นขึ้น

"ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ฉันจะ珍惜ทุกนาทีที่อยู่กับเธอ" เสียงของเออิทูร่าใสสะอาดและมั่นคงราวกับน้ำไหลผ่านหิน

ฟินนิกยิ้ม เมื่อรู้สึกถึงความรักและความไว้วางใจที่ผสมผสานกัน ในที่ผนังต้นไม้แสดงเงาของน้ำ เรือเล็กๆ ก็โยกย้ายดูเหมือนนำพาไปยังที่ที่ไม่ทราบ ช่วงเวลานี้เหมือนหยุดนิ่งไม่สามารถรบกวนความบริสุทธิ์ในใจของพวกเขาได้

คืนมืดลงแล้ว ท้องฟ้าต่างเต็มไปด้วยดาวระยิบระยับเรื่องราวดั่งแสงดวงจันทร์ เออิทูร่าหลับตา เธอนึกถึงความทรงจำนั้นกับฟินนิก: ช่วงเวลาที่สนุกสนานด้วยกัน ส่องแสงที่อยู่ในสายตา และอารมณ์ที่ไม่สามารถพูดออกมาได้...

ทันใดนั้น ลมเย็นๆ พัดผ่านยอดไม้ แสงอ่อนๆ ของน้ำลูบลงที่แก้มของเธอ ราวกับถูกปลุกจากฝัน เธอจึงมองฟินนิกอย่างตกใจ "เธอคิดว่าสาวน้ำมีจริงหรือ?"

ฟินนิกเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว คิดอยู่พักใหญ่ เสียงของเขามีความหวังและจินตนาการ "ฉันหวังว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่ บางทีสาวน้ำก็อาจจะกำลังอธิษฐานให้เรา"

ในขณะนั้นเอง ผิวน้ำเริ่มคลื่นไหว ดุจมีใครคนหนึ่งอยู่ใต้น้ำนั้น เออิทูร่ารู้สึกประหลาดใจมองอย่างตั้งใจ คลื่นดังกล่าวมีการหมุนวน แล้วจึงปรากฏเป็นแสงวูบวาบ พร้อมเสียงเพลงอ่อนๆ เหมือนกับทำนองโบราณที่บรรเลงขึ้นอีกครั้ง

ทั้งสองมองกันด้วยความลึกลับและตื่นเต้นในใจพวกเขารู้สึกเหมือนกำลังสำรวจความลับที่ใหญ่กว่า ในขณะที่พวกเขาจมอยู่ในบรรยากาศที่แปลกประหลาดนั้น แสงก็วูบหายไป ราวกับทรายที่ละลายลงในน้ำ ทุกอย่างเหมือนกับความฝันที่เลือนลาง

"บางที สาวน้ำอาจจะกำลังบอกให้เราให้คุณค่ากับทุกช่วงเวลานี้" ฟินนิกพูด พร้อมกับเสียงในใจ สร้างความอบอุ่นให้เออิทูร่า

ทั้งสองนั่งอยู่ที่ริมฝั่งน้ำอย่างเงียบๆ ความสอดคล้องของจิตใจทำให้เกิดเสียงสะท้อนที่อ่อนโยน ทำให้พวกเขามีค่ากับช่วงเวลาของความสงบนี้ อารมณ์ที่เต็มไปด้วยทุกข์และความรักเหมือนกับแม่น้ำที่ไม่ส่งเสียง ที่ไหลแรงอยู่ในใจและอารมณ์นี้ระหว่างพวกเขา ดูเหมือนกับเงาของต้นไม้ที่揺กวน รักษาซึ่งกันและกันอย่างเงียบๆ

ลมยามคืนพัดเบาๆ ร่างของพวกเขาซ้อนทับกัน ในสวนลีอันเฮอร์ เรื่องราวของพวกเขายังคงเริ่มต้น...

แท็กทั้งหมด