ในใจกลางของทะเลทรายที่ห่างไกล ความมืดมิดได้กลืนกินท้องฟ้าทั้งหมด มีเพียงแสงจันทร์เพียงเล็กน้อยที่พยายามฝ่าเข้าสู่อาณาจักรของเงา เพื่อนำความสว่างบางเบามาที่พื้นดิน เนินทรายที่ไม่มีที่สิ้นสุดโผล่ออกมาเหมือนคลื่นด้วยแสงจันทร์ที่ส่องประกาย เผยให้เห็นรูปร่างที่เลือนลาง ในความมืดนั้น มีนักเดินทางหนุ่มชื่อว่าเอลเวิน ยืนอยู่บนยอดเนินทราย จ้องมองไปยังทะเลทรายอันกว้างใหญ่ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสงสัย
เอลเวินมองไปรอบ ๆ โดยมีอารมณ์ตื่นเต้นและวิตกกังวลปนกัน เขากำลังจับวัตถุเวทมนตร์ในมือ นั่นคือผลึกคริสตัลโบราณที่เปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อน ๆ ดูเหมือนจะซ่อนพลังอันไม่มีที่สิ้นสุด เขารู้ว่าคริสตัลนี้คือกุญแจสำคัญในการเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝน แต่ก็หมายถึงความท้าทายที่ไม่รู้จัก ข้างหน้าเขานั้น มีพีระมิดอียิปต์ที่สูงเสียดฟ้าเหมือนวิหารของเทพเจ้า ให้กลิ่นไอของความโบราณและลึกลับ ทุกก้อนหินมีเรื่องราวที่เล่าขานจากตำนานในอดีต และสายลมทุกสายก็ทำนองเสียงกรุกรับกับการไหลเรียบของกาลเวลา
“ฉันเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?” เอลเวินพูดกับตัวเองด้วยความสงสัย ทรายใต้เท้าของเขาไหลลื่นในลมที่เบา ราวกับกำลังสนับสนุนให้เขาก้าวไปข้างหน้า ในขณะนั้น มีแสงสว่างอันเจิดจ้าผ่าท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่องประกายที่ดึงดูดใจ ตามมาด้วยเทพเจ้าที่ลึกลับจากนอร์สชื่อฟรีจิ เขามีผมทองยาวและตาสีฟ้าเจิดจ้า สวมชุดเกราะเงินที่งดงาม มือของเขาถือไม้เท้าที่ปล่อยแสงอันสว่างวาบอย่างน่าตกใจ
“เอลเวิน” เสียงของฟรีจิที่สงบและลึกซึ้งมากระทบหูเขาจากห่างไกล “การที่เจ้ามาที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทะเลทรายแห่งนี้คือสถานที่ทดสอบที่นำไปสู่วิถีแห่งการฝึกฝน และเจ้าคือผู้ที่ถูกเลือก”
เอลเวินรู้สึกตกตะลึง หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น และด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงเขาถามว่า “ทำไม… ทำไมฉันถึงถูกเลือก? ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไร”
ฟรีจิยิ้มเล็กน้อย สายตาของเขาประดุจดวงดาวที่ส่องแสง ราวกับมองเห็นวิญญาณของเอลเวิน “เจ้ามีศรัทธาและความกล้าหาญที่มั่นคง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญแก่การเข้าสู่วิถีแห่งการฝึก นอกจากนี้ไม่ว่าเจ้าจะเผชิญกับอุปสรรคใด จงจำไว้ว่าห้ามปล่อยวางศรัทธาในใจ ความท้าทายในทะเลทรายนี้ไม่เพียงแต่จะทดสอบเจตจำนงของเจ้า แต่ยังจะให้เจ้าได้พบกับตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ เอลเวินรู้สึกถึงพลังกระเพื่อมในหัวใจ เหมือนได้รับแรงสนับสนุนจากบางสิ่ง เขาพยักหน้าอย่างแน่วแน่ ตัดสินใจว่าจะไม่ถอยกลับ ในใจกลางทะเลทราย แสงเงาปรากฏขึ้น จดจำตำนานในอดีต พวกนักบวชที่เคยกล้าหาญ ที่ไม่กลัวอันตรายและทุ่มเททุกอย่างเพื่อแสวงหาพลังและปัญญา
“การเติบโตของนักบวชแต่ละคน คือผลลัพธ์จากความเหนื่อยหน่ายและการฝึกฝน” เสียงของฟรีจิคล้ายเสียงฟ้าผ่า “ตอนนี้เจอจะต้องเอาชนะการทดสอบแรก ต้องเดินลึกเข้าไปในใจกลางทะเลทราย ที่นั่นมีแหล่งน้ำของผลึกโบราณ ซึ่ง只有通过考验,才能获得进入修仙之路的资格。”
เอลเวินหายใจเข้าลึก ๆ เปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความกล้า เขาหันกลับมามองพีระมิดที่สูงสง่าในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมาย อย่างไรก็ตาม ความกล้าและศรัทธาเหมือนแสงสว่างที่ชี้นำเขา ทำให้เขาก้าวเดินอย่างมั่นคง ลมที่เปลี่ยวเหว่นั้นคำรามพัดพาความไม่สบายใจในใจเขาออกไป ราวกับบอกเขาว่าไม่ว่าเขาจะเผชิญกับความท้าทายใด เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว
เอลเวินเดินต่อไปในทะเลทรายอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยอันตรายที่ไม่รู้จัก เม็ดทรายในทะเลทรายเหมือนกับทหารที่เฝ้ารักษาความลับของที่นี่ จ้องมองเขาอย่างเงียบเชียบ ค่อย ๆ เขารู้สึกถึงอำนาจลึกลับที่ไหลอยู่ในอากาศ เหมือนกับพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดเขา ชี้นำเขาให้เดินต่อไป
เมื่อเอลเวินเดินไปถึงใจกลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่ เขาเห็นแหล่งน้ำผลึกที่ส่องแสงสีรุ้ง ราวกับทะเลสาบขนาดเล็ก น้ำที่ไหลอยู่ภายในนั้นส่องประกายด้วยความลึกซึ้งราวกับว่าน้ำจะคุยกับเขา รอบแหล่งน้ำผลึกล้อมรอบด้วยตัวอักษรโบราณที่สะท้อนเวทมนตร์อย่างสวยงาม นี่คือการทดสอบตามที่ฟรีจิกล่าวไว้
“นี่คือการทดสอบของฉันหรือ?” เอลเวินพูดกับตัวเองด้วยความตื่นเต้นและวิตกพร้อมกัน เขาเดินไปยังแหล่งน้ำผลึกอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นเร็วขึ้น เสียงลมรอบตัวเขาเบาขึ้น ราวกับพูดถึงความลับของทะเลทราย เขายื่นมือไปสัมผัสผิวน้ำ ทันใดนั้นผิวน้ำเริ่มเด้งตัว น้ำรอบตัวเขากลายเป็นแสงเงาที่เลือนลาง
ในขณะนั้น แสงสว่างมหาศาลไหลออกมาจากน้ำ เป็นภาพของนักบวชลึกลับ รูปลักษณ์ของเขาบอบบางราวกับหมอก ค่อย ๆ ยิ้มอยู่และดวงตาเปล่งประกายด้วยน้ำหนักแห่งปัญญา “ข้าคือผู้พิทักษ์ผลึกโบราณ วันนี้เจ้าจะต้องเผชิญการทดสอบ” เสียงของเขาอบอุ่นและมีอำนาจ ทำให้เอลเวินรู้สึกเคารพ
“การทดสอบ?” เอลเวินรู้สึกตกใจ หัวใจเต้นแรง “ฉันจะต้องทำอย่างไรในการทดสอบของท่าน?”
ผู้พิทักษ์ผลึกยิ้มเบา ๆ ส่งสายตาที่เต็มด้วยความเชื่อมั่นให้เอลเวิน จากนั้นเขายังใช้นิ้วชี้ขีดเส้นในอากาศ ปรากฏทรายในทะเลทรายพุ่งขึ้นล้อมรอบเขา สร้างเป็นเขตที่เจิดจรัส “การทดสอบนี้จะทดสอบความอดทนและความกล้าหาญในใจของเจ้า เมื่อผ่านมันไป จึงจะเปิดเผยชะตาชีวิตของเจ้า”
เอลเวินรวบรวมความกล้า ยืนอยู่กลางเขต มีผลึกในมือแน่น และกำลังสวดมนต์ความปรารถนาของตน ความทรงจำชัดเจนอัดแน่นอยู่ในหัว เมื่อเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ สิ่งที่เขานึกถึงคือความหวังของบิดามารดาและการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ เรี่ยวแรงในหัวใจของเขาอัดแน่นขึ้น
“ตอนนี้ เริ่มได้เลย!” ผู้พิทักษ์ผลึกตะโกนออกมา ด้วยเสียงที่ดังกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าผ่า มีพลังอย่างไม่สิ้นสุด เขตนั้นจึงร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน เม็ดทรายรอบตัวพุ่งเข้าหาเอลเวินเปรียบเสมือนเปลวไฟ พร้อมเสียงลมที่ดังก้อง
เอลเวินสัมผัสถึงการท้าทายที่มาถึง เขายืนมั่นในที่ของตัวเองแล้วท่องว่า “ฉันไม่สามารถยอมแพ้ ฉันต้องเป็นนักบวชที่แข็งแกร่ง!” เขาก้าวไปยังเม็ดทราย รู้สึกถึงพลังที่ลุกขึ้นภายในตัว และยกผลึกขึ้นในท่ามกลางลมทราย ทันใดนั้นผลึกก็เปล่งแสงอันเจิดจ้าออกมา
แสงนี้เจาะทะลุความมืดในทะเลทราย ส่องสว่างทั้งเขต ราวกับกลายเป็นเปลวไฟ ปกป้องทุกปัญหาที่มีอยู่ ลมทรายจางหายไปภายใต้พลังของแสง ในช่วงเวลานั้น เอลเวินรู้สึกถึงความหวังและความเชื่อมั่นในหัวใจของเขา
เมื่อเม็ดทรายหายไป ผู้พิทักษ์ผลึกปรากฏตัวอีกครั้ง มองเอลเวินด้วยสายตาที่นิ่งสงบและมีความชื่นชมอยู่ในดวงตาของเขา “เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความแน่วแน่ พลังจากแหล่งน้ำผลึกได้เลือกเจ้าแล้ว”
แสงจากผลึกที่เปล่งออกมามีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เอลเวินรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าแหล่งน้ำผลึกเริ่มมีพลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่ามันกำลังเรียกเขา เมื่อพลังโอบล้อมตัวเขา เขารู้สึกถึงเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายสั่นสะเทือนอย่างมีความสุข
“จงจดจำ เอลเวิน เส้นทางการฝึกฝนไม่ได้เป็นการเดินทางเพียงลำพัง ความแข็งแกร่งถึงแม้จะสำคัญ แต่พลังที่แท้จริงจะมาจากศรัทธาและมิตรภาพที่อยู่ในใจของเจ้า” ผู้พิทักษ์ผลึกกล่าวปิดท้าย ราวกับบอกเขาถึงปัญญาที่มองไม่เห็น
ในใจของเอลเวินเหมือนท้องทะเลที่ซัดคลื่น เต็มไปด้วยศรัทธาใหม่ เขารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางการฝึกของเขา ในอนาคตจะมีความท้าทายมากขึ้นและเพื่อน ๆ มากมายที่จะอยู่เคียงข้าง เขาได้รับพลังจากผลึกและค้นพบตัวตนของเขา—เขาจะเป็นนักบวชที่ยอดเยี่ยม เพื่อปกป้องผู้คนรอบข้างและโลกลึกลับนี้
เมื่อเหยียบบนเนินทรายที่สงบ แสงอาทิตย์จะทำให้ทะเลทรายเปล่งประกายสีทอง เอลเวินเดินไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญและความหวัง ในขณะที่เทพเจ้านอร์สลึกลับนั้นยืนมองเขาในแสงจันทร์ ราวกับเห็นถึงการถือกำเนิดของนักรบ
