ข้างบ่อน้ำแห่งโอเอซิสในอาณาจักรมายา แสงอาทิตย์ส่องผ่านใบไม้ที่หนาทึบ ละอองแสงระยิบระยับร่วงหล่นบนผิวน้ำที่เป็นประกาย ที่แห่งนี้คือโลกแห่งความลับของอัลเทอร์และมายา ซึ่งล้อมรอบด้วยพรรณไม้เขียวขจี เงาต้นไม้揺動,微风拂面,看似กำลังกระซิบเรื่องราวโบราณ วันนี้ เพื่อนสองคนได้ตกลงกันที่จะมาที่บ่อน้ำเพื่อเล่าเรื่องราวให้กันฟัง ไม่เพียงแค่เป็นการแลกเปลี่ยนคำพูด แต่ยังเป็นการชนกันของจิตใจด้วย
อัลเทอร์นั่งอยู่บนหินที่เรียบ smooth,มือประคองคาง,แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความอยากรู้ เขายกหัวขึ้นมองมายา ยิ้มให้เบาๆ แล้วกล่าวว่า “มายา เธอเคยได้ยินตำนานใต้ท้องฟ้าของเราไหม?”
มายาพยักหน้า ผมยาวของเธอลู่ไปตามลมเบาๆ ยิ้มตอบว่า “ฉันเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับดวงดาว ว่าทุกดวงดาวนั้นเป็นตัวแทนของดวงวิญญาณ แต่เธอมีเรื่องใหม่ๆ ที่จะมาแชร์ไหม?”
ดวงตาของอัลเทอร์เปล่งประกายทันที เขาเคลียร์คอ เริ่มเล่า “เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีดาวดวงพิเศษดวงหนึ่งอยู่บนท้องฟ้าของอาณาจักรมายา ดาวดวงนี้ไม่ใช่ดาวธรรมดา มันจะส่องแสงสว่างเป็นพิเศษในค่ำคืนแห่งหนึ่งของปี และจะส่งแสงทองลงสู่พื้นโลก ผู้คนเชื่อกันว่านั่นคือเสียงเรียกของเทพเจ้า ให้คนกล้าหาญไปตามหาความปรารถนาที่หายไป”
มายาฟังด้วยความตั้งใจ ราวกับเธอสามารถรู้สึกถึงพลังลึกลับและโบราณของเรื่องราว เธอถามว่า “แล้วคนกล้าหาญเหล่านั้นไปไหนกันบ้าง?”
“พวกเขาตามแสงดาวไปถึงวัดเก่าที่ถูกปกคลุมด้วยป่า ที่นั่นมีบ่อน้ำโบราณ บอกว่าหากดื่มน้ำจากบ่อ ความปรารถนาในใจจะเป็นจริง” เสียงของอัลเทอร์เต็มไปด้วยความลึกลับ ตาของเขาดูเหมือนเห็นภาพในอดีต
ในใจของมายาเกิดความเคารพอย่างอดไม่ได้ เธอรู้สึกว่าพลังลึกลับในเรื่องราวนั้นกำลังดึงดูดเธอ “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาหาความปรารถนาของพวกเขาเจอจริงๆ เหรอ? ทุกคนสามารถทำให้เป็นจริงได้ไหม?”
อัลเทอร์คิดครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นนุ่มนวล:“ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำให้ความปรารถนาของตน成为จริงได้ บ่อน้ำจะเปิดให้กับคนที่ต้องการมันจริงๆ เท่านั้น ดังนั้น จึงมีผู้คนพยายามใช้ความเสแสร้งเพื่อได้รับน้ำ แต่พวกเขาทุกคนล้มเหลว มีเพียงคนที่มีความจริงใจเท่านั้นที่จะสามารถสัมผัสพลังนั้นได้”
มายาฟังแล้ว ความสงสัยในใจยิ่งทวีความรุนแรง เธอสบบตาไปที่อัลเทอร์ คิดอย่างตั้งใจ สายตาของพวกเขาประสานกัน จิตใจของพวกเขาพูดคุยกันอย่างเงียบสงบแต่มีพลัง มายาเพิ่มความกล้า ถามว่า “แล้วความปรารถนาของเราคืออะไร? เราจะหามันพบได้จริงไหม?”
อัลเทอร์มองมายาเงียบๆ ยิ้มเบาๆ กล่าว “บางทีความปรารถนาของเราไม่อยู่ที่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับใจของเรา ทุกครั้งที่เราเล่าเรื่องราว ทุกครั้งที่เราแลกเปลี่ยนกัน มันก็เป็นการทำให้ความปรารถนาเป็นจริงแล้ว”
ในใจของมายารู้สึกอบอุ่น ราวกับว่าที่บ่อน้ำใสนี้ ปัญหาและความสงสัยทั้งหมดถูกชะล้างไป เธอหันไปมองที่ผิวน้ำ ซึ่งสะท้อนภาพของพวกเขาสองคน สายน้ำลุกโชน似乎在向时间诉说他们的故事。
“แล้วเธอมีความปรารถนาอะไรบ้าง อัลเทอร์?”มายาถามเบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง。
อัลเทอร์หยุดชั่วครู่ แล้วตอบเสียงเบาๆ “ฉันหวังว่าจะสามารถทำให้มิตรภาพนี้ยืนยาวไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ที่ไหน ก็ยังมีร่องรอยในใจของกันและกัน เหมือนกับบ่อน้ำนี้ที่มีชีวิตและใสสะอาด。”
หัวใจของมายารู้สึกเบาสบาย เสมือนกับมีลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน ดวงตาของเธอประกายด้วยความประทับใจ “ฉันก็เช่นกัน ฉันหวังว่ามิตรภาพนี้จะเคียงข้างเรา,让我们在茫茫的人海中,依然可以找到彼此。”
เมื่อทั้งสองคนแบ่งปันกัน โลกโดยรอบดูเหมือนจะสวยงามยิ่งขึ้น อากาศสดชื่นเต็มไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ใบไม้สนุกสนาน似乎在轻声回应他们的心声。เรื่องราวของพวกเขาถักทอต่อกัน形成สะพานที่มองไม่เห็น,让彼心灵更亲近。
เวลาเย็น เวลาพระอาทิตย์ตกดินแสงสีทองตกกระทบที่บ่อน้ำ ผิวน้ำสะท้อนแสงสีทอง อัลเทอร์และมายาตัดสินใจไปสำรวจดินแดนที่คุ้นเคยนี้ ค้นพบเสน่ห์ภายใน พวกเขาตามทางเล็กๆ ไปยังพุ่มไม้ลึกลับที่เงาไม้ขัดกัน เหมือนมีความลับมากมายซ่อนอยู่
“ต้นไม้ที่นี่สูงมากเลยนะ เธอคิดว่ามีสิ่งมีชีวิตแบบไหนอาศัยอยู่ในนั้น?”มายาว่าอย่างตื่นเต้นถามอัลเทอร์ที่อยู่ข้างๆ
อัลเทอร์ยิ้มด้วยความอยากรู้ มองภาพตรงหน้าแล้วไม่สามารถช่วยจินตนาการได้ “อาจจะมีนางฟ้ากำลังเต้นรำ หรือสัตว์เล็กๆ กำลังพักผ่อน หรืออาจจะมีเทพผู้รักษานั่งอยู่ที่นี่อย่างเงียบๆ!”
มายารู้สึกถูกจินตนาการของอัลเทอร์ดึงดูด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเข้าร่วมในบรรเลงแห่งจินตนาการนั้น “ฉันรู้สึกว่าข้างๆ ต้นไม้นั้นมีความฝันที่ไหลอยู่ มีนกน้อยคอยซุบซิบกล่าวถึงความปรารถนา หากเราใช้ใจฟัง เราจะได้ยินเรื่องราวของพวกมัน!”
พวกเขายังคงเดินไปในพุ่มไม้ลึก ขณะที่แสงแดดเริ่มหายไปเหนือขอบฟ้า รอบๆ ตัวพวกเขามืดมิดขึ้น แต่ความรู้สึกลึกลับนี้กลับทำให้พวกเขารู้สึกเต็มไปด้วยความคาดหวัง ทันใดนั้น มายาชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยเสียง惊叫:“ดูนั่น มีอะไรส่องแสงอยู่!”
อัลเทอร์ย่างเข้าไปใกล้ พบว่ามีอัญมณีที่หยอกล้อแสงของต้นไม้ เขาเอื้อมมือเข้าไปเบาๆ และสัมผัสความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในมือของเขา
“นี่เป็นเศษของดาวเหรอ?มันสวยมาก!”มายาพูดด้วยความตื่นเต้น
“อาจจะเป็นของขวัญจากเทพผู้รักษานั่นก็ได้。”อัลเทอร์วางอัญมณีตรงหน้ามายา ทั้งสองมองตากันและยิ้ม ความหวังในอนาคตก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา พวกเขาไม่เคยใกล้ชิดกับปรารถนาในใจเช่นนี้มาก่อนและไม่เคยตระหนักถึงความหมายการมีอยู่ของกันและกัน
“เราสามารถใช้มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาของเรา ทุกครั้งที่เห็นมัน เราจะนึกถึงหัวใจของกันและกัน。”มายาพูดอย่างไร้เดียงสา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความหลงใหลของวัยรุ่น
อัลเทอร์พยักหน้า แล้วบอกมายาว่า “เราควรจะรักษามิตรภาพของเราให้เหมือนอัญมณีนี้,让它发光发热。”
เมื่อพระคืนมา,お夜幕が大地を覆うと、彼らは泉のほとりに戻り、宝石を水面に優しく置き、手をつないで水中の反射を静かに見つめた。その宝石は、水面の輝きの中で特に眩しく、遥か彼方の星空に輝く星のように、彼らの心を照らした。
“เธอคิดว่า พรุ่งนี้ดาวจะนำเรื่องราวที่ดีกว่านี้มาหรือเปล่า?”มายาถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน เพราะว่าเราได้เริ่มต้นเรื่องราวของเราแล้ว。”เสียงของอัลเทอร์มั่นใจและเต็มไปด้วยความหวัง
ค่อยๆ แสงดาวเริ่มระยิบระยับที่ท้องฟ้า ราวกับว่ามันตอบสนองต่อความหวังของพวกเขา ในคืนนี้ บรรยากาศเปี่ยมไปด้วยความรักและความหวังทำให้หัวใจของพวกเขาเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น
เมื่อคืนดำมืดลง ผิวน้ำที่บ่อน้ำคลื่นไหวช้าๆ นำเรื่องราวของพวกเขาไหลไป เมื่อพวกเขาพูดคำว่า ราตรีสวัสดิ์ ในใจนี้ตั้งปณิธานร่วมกัน หวังว่ามิตรภาพนี้จะมีอายุยาวนาน เหมือนโอเอซิสนี้ เปี่ยมไปด้วยความรักและแสงสว่างตลอดไป。
