ในช่วงเวลาที่ห่างไกลนั้น ยอดเขาแห่งเทือกเขาหิมาลัยสูงตระหง่านในเมฆ ดูเหมือนเป็นสะพานสู่โลกแห่งความฝัน หิมะขาวโพลนที่ปกคลุมยอดเขาเปล่งประกายระยิบระยับในแสงยามเช้า ราวกับอัญมณีที่งดงามกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นดิน อากาศที่สดชื่นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของต้นสน รอบๆ มีความเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงนกภูเขาที่ร้องเพลงเบาๆ เป็นครั้งคราว ขณะนั้น หนุ่มน้อยเหยียนเซินในชุดนักดาบที่สง่างาม ตัวสูงโดดเด่นท่ามกลางความขาวโพลนของทุ่งรกร้าง เขาถือดาบโบราณในมือ ดาบที่มีแสงสะท้อนแข็งแกร่งราวกับสัตว์เทพที่หลับใหล พร้อมจะบินขึ้นไปทุกเมื่อ
ในใจของเหยียนเซินเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น เขาได้ยินมาว่าที่ยอดเขานี้ซ่อนอยู่ด้วยสิ่งมีชีวิตลี้ลับที่จะนำพาผู้คนไปสู่ความเข้าใจในความหมายของชีวิต เขาไม่สามารถละเลยความทรงจำเกี่ยวกับความฝันและความปรารถนาที่เขาติดตามมาเป็นเวลานาน ในหมู่บ้านที่อยู่สวามมือ ใจของเขาอยากผจญภัยและเรียนรู้ ต้องการเป็นนักสู้ที่แท้จริง เพื่อรักษาบ้านเกิดและปกป้องผู้คนรอบกาย และตอนนี้เขาในที่สุดก็มาถึงแผ่นดินที่ถูกเล่าขาน แม้จะอยู่เพียงลำพัง แต่เขายังคงรู้สึกตื่นเต้น
ในขณะนั้น เสียงคำรามต่ำแต่ไพเราะประดุจเสียงภูเขาสั่นสะเทือนก็แว่วเข้ามา เขาจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์สีขาวตกลงมาจากอากาศ ทำให้เกิดลมรุนแรง ขนสีเงินของมันปลิวอยู่ในลมดุจเมฆที่เปล่งประกาย ซึ่งก็คือสัตว์ยักษ์ขาวที่ถูกพูดถึงในตำนาน สายตาของมันสะท้อนถึงปัญญา ราวกับสามารถมองผ่านความลับทั้งหมดในโลก
สัตว์ยักษ์ขาวหยุดตรงหน้าเหยียนเซิน ขนตายาวงอนต่ำลง ปลายจมูกสัมผัสกับหนุ่มน้อยอย่างอ่อนโยน หายใจของมันเย็นซึ่งไม่ถึงกับทำให้หนาวเหน็บ แต่กลับทำให้เหยียนเซินรู้สึกถึงความสัมผัสที่บอกเล่าได้ยาก สัตว์ยักษ์เริ่มพูดด้วยเสียงใสเหมือนระฆังเงิน แต่กลับทรงพลังเหมือนฟ้าร้อง “เด็กหนุ่มนักดาบ คุณมาที่นี่เพื่ออะไร?”
“ฉันต้องการเรียนรู้ ต้องการเข้าใจความหมายของชีวิต” เหยียนเซินตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมั่นคง แม้ข้างในจะรู้สึกตื่นเต้น แต่เขาก็ไม่อยากให้ตัวเองดูอ่อนแอต่อสัตว์ยักษ์ที่ทรงพลังนี้ เขายืนตรง ลืมตามองตรงไปที่ดวงตาของสัตว์ยักษ์ขาว หวังจะได้คำตอบ
สัตว์ยักษ์ขาวพยักหน้าเล็กน้อย โดยเห็นความมุ่งมั่นที่เด็กหนุ่มแสดงออกมา มันโน้มตัวลงต่ำ สายตามันวาวด้วยแสงที่ลี้ลับ รอบกายเต็มไปด้วยแสงเรืองรอง “ถ้างั้น ตามฉันมา ให้ฉันพาคุณไปสู่การเดินทางเพื่อความเข้าใจชีวิต”
จากนั้นเหยียนเซินก็ตามสัตว์ยักษ์ขาวเข้าไปในดินแดนลึกลับ พื้นหิมะกว้างใหญ่ไม่เพียงแต่เป็นกองน้ำแข็งอีกต่อไป แต่กลับแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างนับไม่ถ้วน ป่าแม้แต่ลำธาร หรือแม้กระทั่งกลุ่มควันที่ลอยล่องอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ เหยียนเซินรู้สึกทึ่ง ตื่นเต้นต่อสิ่งที่ยังไม่รู้จัก ทั้งหมดนี้งดงามราวกับในฝัน แต่กลับเต็มไปด้วยพลังที่ลี้ลับ
พวกเขามาถึงทะเลสาบสีเงินหวาน น้ำในทะเลสาบนั้นเรียบเนียนราวกระจก สะท้อนภาพของสัตว์ยักษ์ขาวและเงาของเหยียนเซินสลับกัน สัตว์ยักษ์พูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ทะเลสาบนี้จะทำให้คุณเห็นตัวตนในใจของคุณ เดินเข้าไปในน้ำ เปิดให้ความคิดไหลตามคลื่น”
เหยียนเซินรู้สึกสะดุ้งในใจ เต็มไปด้วยข้อสงสัยและความกลัว แต่เขารู้ว่าต้องไม่ถอย เขาสูดลมหายใจลึก ๆ และก้าวไปยังทะเลสาบ น้ำผิวหน้าเริ่มเกิดคลื่นเล็กน้อย แสงจันทร์ผ่านกลุ่มเมฆตกกระทบที่น้ำทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ เมื่อเขาจุ่มตัวลงไปในน้ำ ความรู้สึกเย็นผิวคลายร้อนเลื่อมสูงอดุดมหาสมุทรในใจ เขาหลับตาและรู้สึกถึงน้ำที่ห่อหุ้มตัวเขาอย่างอ่อนโยน
ในขณะนั้น มีภาพมายาที่ผุดขึ้นบนผิวน้ำ ราวกับอดีตที่เคยเกิดขึ้นอีกครั้ง เหยียนเซินเห็นภาพย้อนกลับไปที่หมู่บ้าน เขากำลังเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ความรักในมิตรภาพนั้นทำให้เขาอบอุ่น แต่ไม่นานความเจ็บปวดเบาๆ ก็ตามมา เพราะเขารู้ว่าเขาต้องจากไปเพราะการแสวงหาวิชาศิลปะการต่อสู้ เดินตามเส้นทางนี้อย่างโดดเดี่ยว
ในขณะนั้น ภาพมายาก็เปลี่ยนไป เพื่อบอกเล่าเรื่องการมาถึงของเขาที่ทางขึ้นเขา ขณะที่เขาไม่หยุดกรุณาในความยากลำบากต่อต้านขีดจำกัดของตัวเอง เขารู้สึกถึงความก้าวหน้าภายในตัวอย่างยิ่งใหญ่ อารมณ์ของเขาค่อยๆ ถูกผลักดันไปด้วยความมุ่งมั่น จนใจเขาเริ่มรู้สึกถึงความเข้าใจ
“ความหมายของชีวิตคือการมีค่าใช้จ่ายกับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ก้าวไปตามความฝันของคุณอย่างกล้าหาญ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องจำผู้คนที่เคยเดินเคียงข้างคุณ” เสียงของสัตว์ยักษ์ขาวดังขึ้นข้างหูเขา ให้ความรู้สึกที่อิงแอบความสบายใจ
“ฉันเข้าใจแล้ว!” เสียงของเหยียนเซินดังก้องสะท้อนไปทั่วน้ำ เขาลืมตามองเห็นน้ำรอบๆ ส่องแสงทอง ดูเหมือนจะเฉลิมฉลองถึงความตระหนักรู้ของเขา
“เพียงคุณเข้าใจความหมายของชีวิต หัวใจของคุณจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป และจะมีผู้ที่จะคอยอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป” สัตว์ยักษ์ขาวยิ้มด้วยความใจเย็นและแผ่วเบา
เหยียนเซินกลับมายังฝั่งน้ำ เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ เขาไม่สามารถละเลยที่จะพูดกับสัตว์ยักษ์ขาวว่า “ขอบคุณที่ทำให้ฉันมีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเช่นนี้” ดวงตาของหนุ่มน้อยเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความคาดหวังต่องานเดินทางในอนาคต
ต่อมา สัตว์ยักษ์นำเหยียนเซินผ่านป่าที่ซ่อนเร้น ดอกไม้และต้นหญ้าที่เปล่งประกายราวกับเล่าเรื่องราวต่างๆ อยู่บนนั้น ดูเหมือนจะมีเรื่องราวหลายเรื่องเกิดขึ้น ในขณะที่ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูของยามเย็น กลิ่นที่ผ่อนคลายล้อมรอบพวกเขา สร้างให้เกิดความเงียบสงบอย่างล้นเหลือ
พวกเขามาถึงหุบเขาที่กว้างใหญ่ รอบๆ มีภูเขาสูงตระหง่าน สัตว์ยักษ์หยุดนิ่งและพูดด้วยเสียงเบา “ที่นี่คือที่สุดท้ายที่ฉันจะนำคุณมา ต่อไปคุณต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง เพราะแต่ละคนต้องเดินบนเส้นทางของตนเอง”
เหยียนเซินมองไปรอบๆ และใจเกิดความร้อนแรงขึ้น เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะเผชิญกับความท้าทายใด เขาย่อมสามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างกล้าหาญ เขาหันไปหาสัตว์ยักษ์ขาวและกล่าวด้วยความขอบคุณว่า “ฉันจะเก็บการสอนของคุณไว้ และจะไม่ยอมแพ้ต่อความฝันของตัวเอง!”
“จงออกไปอย่างกล้าหาญ และอย่าลืมผู้คนที่เดินเคียงข้างคุณ” สัตว์ยักษ์ตอบด้วยความนุ่มนวล จากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีจางๆ และหายไปในอากาศ
เหยียนเซินยืนอยู่กลางหุบเขา หัวใจไม่อยากโดดเดี่ยวอีกต่อไป เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกถึงจังหวะของชีวิตที่กระตุ้นในใจ การฝึกดาบและการตระหนักรู้ในชีวิตเกื้อกูลกัน ราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่ง สายตาของเขากว้างไกลขึ้น เขารู้สึกเหมือนมีพลังที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เหยียนเซินได้สาบานใหม่ เขาจะกลับไปที่หมู่บ้าน และแบ่งปันความเข้าใจของเขากับเพื่อน ๆ ในแผ่นดินแห่งความฝัน (เทือกเขาหิมาลัย) การฝึกดาบของเขาจะไม่กลัวและห้าวหาญอย่างเท่าเทียม เขาจะใช้พลังของเขา รักษาฉากชีวิตที่มีค่าสำคัญทุกช่วงเวลา และทำให้แสงสว่างและความกล้าหาญของชีวิตเปล่งประกายตลอดไป ที่ยอดเขาหิมาลัย เขาจะไม่เป็นเพียงผู้แสวงหาความรู้สึกโดดเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นนักรบที่มีภารกิจ ทะยานสู่อีกวันหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหวัง
